เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ชุมชนวัดเทวราชกุญชร นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ชุมชนวัดเทวราชกุญชร หนึ่งในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยา ระยะนำร่อง 14 กิโลเมตร (กม.) โดยกล่าวว่า ขณะนี้โครงการได้ออกแบบแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างกระบวนการหาผู้รับจ้างมาดำเนินโครงการ คาดว่าจะได้ผู้รับจ้างประมาณเดือนมิถุนายนนี้ ขณะเดียวกัน ภายในเดือนมกราคม 2560 กทม.จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิสูจน์สิทธิในการครอบครองที่ดินประมาณ 2-3 ชุมชน เนื่องจากมีการร้องเรียนและอ้างเรื่องสิทธิการครอบครองที่ดินริมแม่น้ำ ดังนั้นเพื่อความชัดเจนในการดำเนินการ จึงต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา เช่น ชุมชนวัดเทวราชกุญชร อ้างว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างถูกต้อง พร้อมกับยืนยันว่า การออกแบบปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณดังกล่าวไม่กระทบกับชุมชน แต่มีบางส่วนทางเข้าถึงพื้นที่ริมน้ำอาจต้องปรับแบบ หากพิสูจน์สิทธิได้ว่า ชุมชนไม่มีสิทธิในการครอบครองที่ดินจริง ชุมชนนั้นจะต้องย้ายออกจากพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งกทม.ได้ตั้งงบประมาณสำหรับเงินช่วยเหลือแล้ว เบื้องต้นชุมชนวัดเทวราชกุญชรมีบ้านจำนวน 33 หลังคาเรือน ในส่วนนี้มีบ้านที่ขึ้นเป็นโบราณสถานประมาณ 4 หลัง ซึ่งกทม.จะไม่ทำการรื้อย้าย อย่างไรก็ตาม ในการพิสูจน์สิทธิ์ กทม.จะยึดถือข้อมูลจากกรมดินในการพิจารณาเป็นหลัก ซึ่งหากชุมชนระบุว่ามีเอกสารการเช่าที่ของวัด หรือเอกสารอื่นๆ คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นนี้จะเป็นผู้ดำเนินการ พิจารณา หรือ พิสูจน์ตามกฎหมาย โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการชี้แจง
นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า ในระยะ 14 กม.แรก มีบ้าน 309 หลังคาเรือน ที่จะต้องรื้อย้ายออกจากพื้นที่เนื่องจากเป็นบ้านที่บุกรุกริมแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ในเฟสแรกจะใช้งบประมาณ 8,363 ล้านบาท กำหนดก่อสร้าง 540 วัน ซึ่งในปีงบประมาณ 2560 กทม.ได้รับจัดสรรงบแล้ว 1,800 ล้านบาท เป็นเงินค่าช่วยเหลือผู้ต้องรื้อย้ายบ้าน จำนวน 247.5 ล้านบาท โดยกทม.แบ่งการดำเนินโครงการเป็น 4 ช่วง ฝั่งพระนคร 2 ช่วง และฝั่งธนบุรี 2 ช่วง ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างโครงการฝั่งธนบุรีก่อน เพราะไม่ค่อยมีปัญผู้รุกล้ำริมคลอง
ด้านนายสรเทพ โรจน์พจนรักษ์ ตัวแทนชาวบ้านชุมชนวัดเทวราชกุญชร กล่าวว่า แบบที่กทม.แจ้งว่าจะก่อสร้างนั้น เป็นแบบที่ชุมชนร่วมออกแบบกับสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ตั้งแต่ต้น ซึ่งจะเป็นการสร้างทางโดยไม่ตัดเข้ามาในบริเวณชุมชน และจากการที่ทางชาวบ้านได้พูดคุยกับทางกรมศิลปากรได้ข้อสรุปว่า จะจัดอนุรักษ์ชุมชนวัดเทวราชฯ เป็น “ชุมชนโบราณคดี” แต่ยังคงมีเรื่องที่ติดค้างอยู่กับทางสำนักโยธา กทม. คือ เรื่องการปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในชุมชน ตามที่พูดกันจะเป็นการพัฒนาชุมชน โดยการปรับปรุงทางเดินให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันเวลาน้ำขึ้น รวมทั้งงานสาธารณูปโภค เช่น ท่อประปาที่จะนำมาไว้บนทางเดิน เนื่องจากที่ผ่านมาท่อประปาจะอยู่บริเวณใต้ทางเดิน เมื่อน้ำพัดซุงมากระแทกก็จะทำให้ท่อประปาแตก ทำให้ต้องมีการซ่อมและเปลี่ยนท่อกันบ่อยๆ ทั้งนี้ จากประชุมกับชาวชุมชน หากรูปแบบโครงการฯ ไม่มีผลกระทบชุมชนตามที่กทม. ชี้แจงในตอนนี้ ชาวบ้านรู้สึกสบายใจ จากความคลุมเครือในตอนแรก และชาวบ้านในชุมชนจะไม่มีผู้ใดย้ายออกไปอยู่กับโครงการของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ส่วนเรื่องการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดิน ขอยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นชุมชนที่บุกรุกพื้นที่ และพร้อมที่จะแสดงสัญญาเช่าที่มีลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน

