วันที่ 16 มกราคม 2560 เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ศาลา 100 ปี อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ได้มี นายพิษณุ เสนาวิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายพยนต์ พิชญานนท์ ปลัดจังหวัดพิจิตร นายอำเภอทั้ง 12 อำเภอ พร้อมด้วยนายปกรณ์ แพพ่วง ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดพิจิตร นาย เจนศิลปะ เจริญบวรศักดิ์ อดีต สจ. พิจิตร กลุ่มนายก อบต.ข้าราชการครู รวมทั้งประชาชนกว่า 1 พันคน ได้เดินทางมาให้กำลังใจ นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร หลังจากที่ทราบข่าวว่า งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ขอจากสำนักงบประมาณ เพื่อนำมาพัฒนาบึงสีไฟ ได้ถูกตัดงบประมาณและยกเลิกเงินงบประมาณในการพัฒนาบึงสีไฟ สาเหตุมีกลุ่มบุคคลเพียงไม่กี่คนออกมาต่อต้าน ทำให้นายวีระศักดิ์ ถึงกับน้ำตาคลอ ที่มีข้าราชการและประชาชน เดินทางมาให้กำลังใจในครั้งนี้
นายวีระศักดิ์ เปิดเผยว่า เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณในการพัฒนาบึงสีไฟ ที่ตกไปนั้น จริงๆแล้ว หากเป็นความคิดเห็นส่วนใหญ่ของคนพิจิตรนั้น เราก็ต้องทบทวนในเรื่องนี้อย่างละเอียด ซึ่งการทำโครงการนี้ขึ้นมา เราได้สอบถามประชาชนทั้ง 12 อำเภอแล้ว การที่มีกลุ่มบุคคลออกมาคัดค้านหรือไม่เห็นด้วย ผมมองว่าไม่ใช่เสียงของคนพิจิตรทั้งหมด มีเพียงแค่ 2-3 คนเท่านั้น ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบว่าเขาคิดอะไรอยู่ เพราะเราได้ทำประชาคมไปแล้ว เกี่ยวกับการจัดการและพัฒนาบึงสีไฟให้สวยงาม
“การที่จะทำอะไรเพื่อบ้านเมืองให้เกิดความเจริญนั้น จะมีคนเห็นด้วยทั้งหมดนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้ แม้แต่พระพุทธองค์ท่านยังมีคนติฉินนินทาก็เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องปกติ เพราะคนที่ไม่เข้าใจอาจจะมองเพียงบางประเด็น เพราะขณะนี้บึงสีไฟชำรุดทรุดโทรมมาก ไม่ได้มีสภาพหลงเหลือความเป็นธรรมชาติเลย โครงการนี้เราต้องการให้บึงสีไฟที่เป็นธรรมชาติกลับคืนมา ซึ่งโครงการนี้ ผนวกกับความทันสมัยและย้อนอดีตให้กับบึงสีไฟ ระบบนิเวศต้องกลับคืนมา ซึ่งรูปแบบในการพัฒนานั้น เป็นวาระจังหวัด การที่จะมาบอกว่าบึงสีไฟ ไม่มีคนดูแลนั้น ตรงนี้มาพูดไม่ได้ เพราะเป็นวาระจังหวัด บึงสีไฟต้องมีคนดูแลและรับผิดชอบ จะมาปล่อยทิ้งแบบเดิมๆไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรน้ำ และระบบน้ำ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการก่อสร้างคือการปรับปรุง อควาเรียม รวมทั้งการปรับปรุงบ่อจระเข้ให้สวยงามมากขึ้น พูดง่ายๆคือ ทำให้เป็นแลนด์มาร์คของพิจิตรให้ได้” นายวีระศักดิ์ กล่าว
นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผมเคยพูดอยู่หลายครั้งแล้วว่า บึงสีไฟต้องเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตามที่เคยเป็นให้ได้ บึงสีไฟได้รับการขนานนามว่าเป็นบึงที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ แต่ในข้อเท็จจริงนั้น บึงสีไฟนั้นกักเก็บน้ำได้น้อยมาก สามารถกัดเก็บน้ำได้เพียง 2 ล้านลูกบาศ์กเมตรเท่านั้น การที่จะพัฒนาตรงนี้เพื่อเดินตามแนวพระราชดำริฯนั้น เราต้องทำให้บึงสีไฟมีแก้มลิงให้ได้ 12 ล้านลูกบาศ์กเมตร ซึ่งมันชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งมันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า เรากำลังพัฒนาและทำให้ธรรมชาติกลับมาเหมือนเดิม หากเราได้รับอนุเคราะห์เรื่องงบประมาณ ผมยืนยันว่า บึงสีไฟจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ที่สุด และมีทั้งธรรมชาติและความทันสมัยอยู่ในตัว
เมื่อหากถามว่าท้อไหม นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ยอมรับว่ามีบ้าง มีเศร้าโศกเสียใจบ้าง แต่ยืนยันว่า จะเดินหน้าต่อไป เพื่อให้โครงการนี้เดินต่อไป ผมเองก็ยังงงๆว่า ที่มีข่าวลงมาว่า คนพิจิตรเดือด ผมเองก็ งง ว่า คนพิจิตรที่เดือดนั้นคือใคร วันนี้ก็เป็นวันครู ก็ถามครูทั้ง 2 เขต ว่าเดือดไหมที่บึงสีไฟจะพัฒนาสู่ความสวยงาม ก็ไม่เห็นมีใครเดือดเลย สอบถามไปยังผู้นำปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้านทั้ง 12 อำเภอ ก็ไม่มีใครเดือดเลย ไอ้คำว่าประชาชนพิจิตรเดือด มันคือใคร ทั้งหมดนี้มันทำให้เราเหนื่อย ซึ่งโครงการดีๆอย่างนี้ โครงการที่ดีต่อคนพิจิตรโดยรวม ใช่ว่าผมจะดีใจที่ได้รับงบประมาณเข้ามาพัฒนาบึงสีไฟ แล้วคนพิจิตรมาทะเลาะกันเอง
ด้านนายปกรณ์ แพพ่วง ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาบึงสีไฟที่จังหวัดพิจิตรได้งบประมาณในการพัฒนาปรับปรุงบึงสีไฟให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามนั้น ผมเองก็ดีใจ แต่เมื่อได้งบประมาณเข้ามาแล้ว ก็ควรพัฒนาอย่างจริงจัง กรณีที่ทราบข่าวว่างบ 500 ล้านที่จะนำมาพัฒนาบึงสีไฟนั้นตกไป ก็รู้สึกเสียใจที่งบประมาณตัวนี้ตกไป เพราะสิ่งดีๆที่กำลังเข้ามา นั้นมันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งพวกผมเองนั้นไม่รู้หรอกว่า งบประมาณนั้นได้มาอย่างไร แต่หากว่ามีการนำงบประมาณมาพัฒนาบึงสีไฟนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ผมเองอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาบึงสีไฟที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นแบบนี้ วันนี้คนพิจิตรอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของบึงสีไฟ
สำหรับโครงการพัฒนาบึงสีไฟ ที่จังหวัดพิจิตรได้ของบประมาณจากสำนักงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท มาเพื่อปรับปรุงบึงสีไฟให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและทันสมัยนั้น ขณะนี้งบประมาณที่จะเข้ามาปรับปรุงบึงสีไฟได้ตกไป เนื่องจากมีกลุ่มบุคคล ได้นำข่าวไปเสนอทางอินเตอร์เน็ต และออกมาคัดค้านเรื่องการพัฒนาบึงสีไฟ โดยอ้างว่ามีประชาชนคนพิจิตรเดือด เรื่องการพัฒนาบึงสีไฟ ซึ่งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้น บึงสีไฟอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ ทัศนียภาพต่างๆของธรรมชาติได้ถูกทำลายไปจนเกือบหมดสิ้น โดยเฉพาะรอบๆบึงรวมทั้งสิ่งก่อสร้างต่างๆที่เคยก่อสร้างมาได้ถูกปล่อยทิ้งรกร้าง จนกระทั่งนายวีระศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เห็นความสำคัญของบึงสีไฟ จึงได้ทำเรื่องของบประมาณเพื่อนำมาพัฒนาบึงสีไฟให้กลับคืนมา แต่ถูกกลุ่มบุคคลร้องจนงบดังกล่าวต้องตกไป

