‘ผู้การจ๋อ’ เผยจะกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์เสียชีวิตของ ‘น้องหยอด-ครูเจี๊ยบ’ พร้อมบอกกลุ่มเหล่านี้ ปล่อยผีมาครอบงำไม่ใช่รุ่นพี่
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตํารวจนครบาล เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการ ไล่ยิงนักศึกษาต่างสถาบันว่า ในส่วนของคดีฆาตกรรมนายธนสรณ์ หรือน้องหยอด นักศึกษาอุเทนถวาย และ น.ส.ศิรดา สินประเสริฐ หรือครูเจี๊ยบ ที่เกิดขึ้นในท้องที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาไป 5 ราย ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น
ส่วนอื่น 2 ราย ซึ่งยังจับตัวไม่ได้ ที่เหลือถูกข้อหาร่วมกันสมคบซ่องโจรซึ่งจับได้แล้วทั้ง 3 คน โดยในจำนวนนี้มี 1 ราย มีหมายจับค้างเก่าคดียิงนักศึกษาอุเทนถวายหน้าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท้องที่ สน.ปทุมวัน ซึ่งได้ดำเนินการส่งตัวให้ตำรวจ สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีแล้ว โดยผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 ราย ขณะนี้ได้ทำการจัดชุดไล่ล่าเพื่อตามตัวมาดำเนินคดี
ในส่วนเรื่องของการสอบสวนนั้น ทั้งหมดยังคงไม่ให้การใดๆ แต่ในกระบวนการพูดคุยกันในทางสืบสวน ค่อนข้างจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และทำให้เจ้าหน้าที่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปเจอจุดเชื่อมโยงต่างๆ ของคดีและก็เป็นจริงตามที่ทางตำรวจได้วิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้
สำหรับผลการปฏิบัติการของสืบนครบาลเมื่อวานนี้ สามารถทำให้ได้ข้อมูลต่างๆ มาประกอบเป็นจิ๊กซอว์ ได้มากขึ้น เช่น ร่องรอยสีติดอยู่บนหญ้าที่ตรวจพบที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ตรงกับกระป๋องสีที่ค้นพบใน safe house ในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้นิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่สามารถยืนยันได้เลยว่า กลุ่มผู้ต้องหาดำเนินการเปลี่ยนสีรถด้วยการพ่นสเปรย์ โดยขณะนี้นั้นสรุปแล้วว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการนี้ได้ทั้งหมด 8 ราย ส่วนรายที่ 9 ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการภาวะช็อก
ส่วนการกวาดล้างขบวนการที่เหลือ ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรอาชญากรรม เรื่องนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้สั่งการและกำชับมาว่า ให้ทลายขบวนการเหล่านี้ให้หมด ไม่ว่าจะเป็นทั้งรุ่นพี่หรือรุ่นน้อง โดยเฉพาะกลุ่มรุ่นพี่เองที่พบว่า เป็นนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบ หรือถูกขับพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาก่อน จึงถือว่าคนเหล่านี้นั้นเป็นเพียงแค่ผี ไม่ใช่ศิษย์เก่าหรือรุ่นพี่จริงๆ ตามที่กล่าวอ้าง การที่ให้นักศึกษาปัจจุบันปล่อยให้ผีมาครอบงำ ก็จะทำให้เกิดอาการผิดเพี้ยนแบบนี้ โดยส่วนตัวขอเปลี่ยนคำพูดว่า จากพวกรุ่นพี่เป็นพวกผีจะดีกว่า
ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า พบ 1 ใน 8 ผู้ต้องหาที่จับได้ที่ safe house มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียิงในงานแต่งงานที่สุทธิสารเมื่อปี 2565 ทางตำรวจก็เพิ่งทราบเช่นเดียวกันว่า มีผู้ต้องหา 1 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ส่วนคดีนักเรียนคดีอื่นๆ นั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้หรือไม่ ขอใช้เวลาตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน
พล.ต.ต.ธีรเดชยังระบุอีกว่า องค์กรอาชญากรรมกลุ่มนี้ยังไม่หมดเพียงแค่ 7-8 คนที่จับกุมได้ ยังมีมากกว่านี้ และเชื่อว่าทุกคนมีส่วนรู้ร่วมเห็นด้วยกันทั้งหมดเพราะจากที่ปรากฏ พบว่าหลังเกิดเหตุมีการแสดงความยินดีกัน ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างยิ่ง ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างละเอียดรอบคอบที่เพื่อจะนำตัวกลุ่มขบวนการเหล่านี้มาดำเนินคดี แต่บางข้อมูลต้องสงวนเอาไว้ก่อนเป็นความลับ เพื่อที่จะสามารถทลายขบวนการเหล่านี้ได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ ขอให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมว่า ขณะนี้โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว การใช้ความคิดแบบในอดีตที่มองว่าเด็กและเยาวชนเหล่านี้เป็นนักเรียนนักศึกษา ต้องให้โอกาสพวกเขาไปเรียนหนังสือ อย่าให้เขาเสียอนาคตเพราะเพียงแค่กระทำความผิด มันไม่สามารถนำมาใช้ในโลกปัจจุบันได้แล้วอย่างที่เห็นกันว่า รูปแบบการกระทำความผิดเริ่มรุนแรงมากขึ้นเกินกว่าจะรับได้

