ผบก.สส.บช.น. ชี้ กลุ่มองค์กรอาชญากรรม ก่อเหตุยิง ‘ครูเจี๊ยบ-น้องหยอด’ มีมานานกว่า 30 ปี!

23.11.23 | 20:08 น.

ผบก.สส.บช.น. ชี้ กลุ่มองค์กรอาชญากรรม ที่ก่อเหตุยิง ‘ครูเจี๊ยบ-น้องหยอด’ มีมานานกว่า 30 ปี!

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการไล่ล่าตัวผู้ต้องหาองค์กรอาชญากรรมที่ก่อเหตุยิง น.ส.ศิรดา หรือครูเจี๊ยบ และนายธนสรณ์ หรือน้องหยอด ว่า ในช่วงเช้าวันนี้มีการจับกุมเพิ่มเติมอีก 1 ราย ที่เกิดอาการช็อกเมื่อวานจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ต้องหารายอื่นที่ถูกออกหมายจับขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการไล่ล่าตัว

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มเพื่อนผู้ต้องหาออกมาโต้ว่าเป็นการจับผิดตัวนั้น เป็นสิทธิของเพื่อนผู้ต้องหาที่จะพูด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่ตรวจพบ สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ในวงการเรียกว่าผี เพราะว่านักศึกษาหรือรุ่นพี่จะต้องประสบความสำเร็จหรือเรียนจบ คนพวกนี้จะเป็นพวกที่ถูกเชิญออก หรือไม่สามารถเรียนจบได้ แล้วยังวนเวียนยุ่งเกี่ยวกับน้องๆ มาปลูกฝังวิธีการที่ผิดๆ เช่นเอาน้องๆ มาเป็นชุดในการก่อเหตุยิงในลักษณะของมือปืน ซึ่งได้เน้นย้ำไปแล้วว่า ถ้าทำแบบนี้ทางเจ้าหน้าที่จะต้องทลาย จากนี้จะไม่จับแค่คนขี่หรือคนยิง จะจับแม้กระทั่งผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งคนที่ออกมาพูดว่าเป็นการจับผิดตัวจะต้องตรวจสอบด้วยว่าอยู่ในส่วนใดของคนเหล่านี้

“พฤติกรรมคนพวกนี้จะเอาเด็กมาปลูกฝังทางความคิด ถ้าเด็กมีภูมิคุ้มกันจากครอบครัวหรือจากครู ก็จะมีความเข้มแข็งที่จะไม่เข้ามาอยู่ตรงตรงนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตำรวจต้องทำงานเชิงรุกเข้าไปช่วยในส่วนของโรงเรียน ถ้าเจ้าหน้าที่มีการปราบปรามอย่างจริงจัง เชื่อว่าการก่อเหตุก็จะลดลง” ผบก.สส.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าดูจากพฤติการณ์แล้วคนพวกนี้ไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า มีการข่าวอยู่ว่า บุคคลกลุ่มนี้นั้นถูกปลูกฝังมา ในสมุดที่ค้นเจอในเซฟเฮาส์ก็เขียนเลยว่า ถ้าเจอตำรวจสอบให้ตอบว่า ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ ไม่ให้ความร่วมมือ ตนจึงได้เชิญชุดสืบสวนที่เคยจับพวกนี้มาก่อนเข้ามาร่วมทีม แล้วมาหาข้อมูลเบื้องต้น ก่อนเปิดปฏิบัติการถึงใช้เวลา ถ้าทางเจ้าหน้าที่ไม่มีหลักฐานหรือไม่มีพยานชัดเจน หากเจ้าหน้าที่ลงมือก็จะตกเป็นจำเลยของพวกเขาและจะเอาทนายมาดำเนินคดีกับชุดสืบสวน วันนี้ถึงมั่นใจไม่อย่างนั้นจึงไม่ลงมือ

Advertisement

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า เงินท่อน้ำเลี้ยงขององค์กรนี้ ได้เจอสมุดบัญชีเป็นการเรี่ยไรเงินของคนทั้งองค์กรเอามาบริหารจัดการ เช่นเอามาซื้อปืนในการก่อเหตุ ส่วนพวกที่เคยก่อเหตุในคดีก่อนหน้านี้ก็ยังแฝงตัวอยู่ในองค์กรพวกนี้ แม้กระทั่งคนที่มาเยี่ยมผู้ต้องหา ก็มีข้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ สน.สุทธิสาร วันนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องกระชากหน้ากากว่ากลุ่มพวกนี้ไม่ใช่นักศึกษาและต้องดำเนินคดีทางอาญาให้เด็ดขาด อย่าไปเมตตาคนเหล่านี้ อีกข้อหนึ่งที่เจอคือผู้ต้องหาจะปกปิดว่าหัวหน้าคือใคร ซึ่งเป็นกฎของกลุ่มฉะนั้นแล้วคงต้องใช้เวลาในการหาไอ้โม่งตัวนี้ว่าเขาเป็นเป็นใคร

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวต่อว่า ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือที่ยังจับไม่ได้ บอกได้แค่ว่าทำหน้าที่สำคัญ ซึ่งทุกคนที่จับได้เมื่อวานนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารครูเจี๊ยบและน้องหยอดทุกคน ส่วนเสื้อคลุมไปรษณีย์ไทย รวมถึงรถจักรยานต์ที่พบในเซฟเฮาส์นั้นกำลังตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวพันกับองค์กรนี้ในบทบาทใด ขอให้เป็นหน้าที่ของชุดสืบสวนก่อน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการที่คนไม่ใช่ศิษย์เก่าเข้ามาชักชวนกลุ่มนักศึกษาเข้าองค์กรนั้น เป็นวัฒนธรรมที่มีมากว่า 30 ปีแล้ว แต่มาผิดเพี้ยนถึงขั้นเรียกได้ว่าป่วย เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ก็ได้รับคำขอบคุณจากรุ่นใหญ่ในสถาบันที่ได้เชิญมาเป็นที่ปรึกษาในการทำคดีที่ตำรวจได้ดำเนินการอย่างจริงจัง และแยกกลุ่มผู้ก่อเหตุออกจากสถาบันที่พวกเขารัก ทั้งยังเพิ่งได้ยินคำศัพท์ว่าผู้ที่ก่อเหตุส่วนมากเป็นผีซึ่งเป็นคำศัพท์จากคนวงใน ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะรุ่นพี่ที่ดีและรักสถาบันจริงๆ ของทั้งสองสถาบันที่ให้ความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านทางเพจสืบนครบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องมีความเข้มแข็งและทำงานเชิงรุก มีการปราบปรามอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะทำให้การก่อเหตุเช่นนี้ลดลง