งัด ‘มีนบุรีโมเดล’ สยบศึก ‘เด็กช่าง’
ปัญหานักเรียนนักเลงทะเลาะวิวาทกัน ชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่พลอยเดือดร้อนไปด้วย เห็นได้ชัด กรณี “ครูเจี๊ยบ” น.ส.ศิรดา สินประเสริฐ อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ระดับชั้น ม.ต้น โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ตกเป็นเหยื่อโดนลูกหลงกระสุนเจาะหน้าผากเสียชีวิตในเหตุการณ์ศึกเด็กช่างยิงกัน
จากเหตุการณ์เช้าวันที่ 11 พฤศจิกายน นายธนสรณ์ หรือหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 อุเทนถวาย ที่จัดเป็นเด็กเรียน เกรดเฉลี่ย 4.0 ถูกสถาบันคู่อริไล่ยิงจนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ต้องสั่งการให้ บช.น.เร่งรัดสืบสวนจับกุมคนร้ายโดยเร็ว
พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้ระดมทีมสืบสวนระดับพระกาฬของนครบาล ทั้ง บก.สส.บช.น., กก.สส.บก.น.5, กก.สส.บก.น.6 และ สน.ทุ่งมหาเมฆ ติดตามคนร้าย ซุ่มแกะรอย ติดตามจากกล้องวงจรปิด 1,200 ตัว
แต่ไล่หลังไม่กี่วันยังเกิดเหตุทำนองเดียวกันเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ซอยระนอง 2 นายพงศ์ภีระ หรือภู่ อายุ 16 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 2 วิทยาลัยเทคนิคดุสิต ถูก 3 คนร้ายขี่จักรยานยนต์ 2 คัน ลงมารุมทำร้ายและใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตระหว่างเดินทางไปเรียน
ในที่สุดเช้าวันที่ 22 พฤศจิกายน นำมาสู่การเปิดปฏิบัติการ “ปิดเมืองล่ามือยิงครูเจี๊ยบและน้องหยอด” กระจายกำลังตรวจค้น 5 จุด ควบคุมผู้ต้องหาได้ 9 คน
โดยบุกจับผู้ต้องหาสำคัญ นายพฤฒิพล ราชญาณ หรือเอย อายุ 22 ปี ที่หน้าตึก 5 เคหะเอื้ออาทรบางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ขณะขี่จักรยานยนต์เข้ามาจอดบริเวณหน้าตึก โดยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเข้าชาร์จ นำตัวไปตรวจค้นบนห้องพัก
นอกจากนั้น นายพฤฒิพลยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ในคดีร่วมกันยิงนักศึกษาอุเทนถวาย ที่บริเวณหน้าคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา
บทบาทของนายพฤฒิพลคือเป็นผู้ช่วยวางแผน และช่วยเหลือกลุ่มคนร้ายในการก่อเหตุยิงนายธนสรณ์และครูเจี๊ยบ และเป็นเหรัญญิก มีหน้าที่รวบรวมเงินของกลุ่มขบวนการช่วยเหลือเพื่อนพี่น้อง
จากการตรวจมือถือของนายพฤฒิพลปรากฏข้อความแชตจากรุ่นพี่สถาบันช่างกลในกลุ่มไลน์ ส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับผู้ก่อเหตุที่พารุ่นน้องไปร่วมก่อเหตุยิงสถาบันคู่อริจนเสียชีวิตได้สำเร็จ โดยมีข้อความว่า “พี่ขอแสดงความยินดีกับน้อง ช.ก.90 ที่พาน้อง ช.ก.91 ไปเกิดได้อย่างสมศักดิ์ศรีช่างกลปทุมวัน” มีข้อมูลระบุว่า ข้อความนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ยิง นายธนสรณ์ หรือหยอด ห้องสวัสดิ์ นักศึกษาชั้นปี 1 อุเทนถวาย และครูเจี๊ยบถูกลูกหลง ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ปรากฏว่ามีเพื่อนในกลุ่มแชตไลน์กดอิโมจิ แสดงความชื่นชมจำนวนมาก ในกลุ่มแชตไลน์นี้มีสมาชิกมากถึง 103 คน
ต่อมาตำรวจจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุอีก 8 คน 1.นายวรงชัย กัณฑ์ศรี อายุ 20 ปี 2.นาย วุฒิพงษ์ ผลคำ อายุ 25 ปี 3.นายสัญปกรณ์ พรรณานนทศักดิ์ อายุ 24 ปี 4.นายสหัสวรรษ ภักดีนอก อายุ 23 ปี 5.นายจิรายุส สุวรรณศุภ อายุ 23 ปี 6.นายธนากร พันทองคำ อายุ 22 ปี 7.นายอภิเดช นาคประกอบ อายุ 21 ปี และ 8.นายธนภัทร เกตุชาติ อายุ 23 ปี แต่ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ
ส่วน นายวิน มือยิง และนายเลาะ คนขี่จักรยานยนต์ กำลังไล่ล่า
พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาได้พ้นสภาพนักศึกษาไปแล้ว ไม่มีงานทำ และได้สร้างโลกเสมือนจริงขึ้นมา ตั้งกลุ่มขึ้นมาหาพรรคพวกเป็นนักศึกษาในสถาบันที่ตัวเองเคยเรียนมาก่อนในโลกความเป็นจริง แล้วมาเป็นแนวร่วมสร้างกลุ่ม นำสัญลักษณ์สถาบันมา สร้างคุณค่า แรงจูงใจ ให้คนในกลุ่มไปทำร้าย คนอื่นเพื่อให้ได้รับการยอมรับ โดยรวมตัวเช่าเซฟเฮาส์อยู่ด้วยกัน
“คนกลุ่มนี้ได้เรียนรู้ถอดรูปแบบแผนประทุษกรรมครั้งก่อนๆ ว่ากลุ่มตัวเองพลาดตรงไหนถึงทำให้ถูกจับได้ หรือยังไม่สมบูรณ์แบบในการก่อเหตุทำร้ายคู่อริ ทำอย่างไรให้หนีได้ ไม่ให้ถูกจับ เพื่อให้เป้าประสงค์เป็นผล มีการพัฒนายกระดับแผนประทุษกรรมขึ้นมาเรื่อยๆ เบื้องต้นพบแนวคิดต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2565 จนถึงปี 2566 กลุ่มนี้พัฒนารูปแบบการก่อเหตุ สวมหมวกกันน็อก เต็มใบ สวมเสื้อผ้าเพื่อปิดบังรูปร่างที่แท้จริง ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางที่คนกลุ่มนี้ใช้ก่อเหตุ และเชื่อว่ามีบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเป็นแกนนำในการก่อเหตุที่จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด”
นอกจากนี้ จากการตรวจค้นบ้านพัก ผู้ต้องหาพบรูปของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งก่อนๆ มาติดไว้ เพื่อสร้างความฮึกเหิมให้กับผู้ที่อยู่ในกลุ่ม
“บุคคลกลุ่มนี้เคยสร้างสถานการณ์ย่านมีนบุรี ก่อนจะมาก่อเหตุยิงน้องหยอด และลูกหลงถูกครูเจี๊ยบ เพื่ออำพรางอะไรบางอย่าง ถือเป็นองค์กรอาชญากรรมขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้ ผบ.ตร.มีคำสั่งหาแนวทางป้องกันเอาไว้แล้วทั่วประเทศ” ผบช.น.ระบุ
ขณะที่ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เสริมว่า จากการสืบสวนสอบสวนกล่าวได้เลยว่ามีการพัฒนาจนเกินกว่า “องค์กรอาชญากรรม” ไปแล้ว ถ้าจับไม่ได้ กวาดล้างไม่หมด กลุ่มนี้ก็จะพัฒนาการขึ้น ตอนนี้ข้อมูลที่ได้ไปไกลมาก ไม่ใช่แค่นักศึกษาทะเลาะกัน ตีกัน แต่มีรุ่นพี่ผู้ผ่านประสบการณ์เป็นพี่เลี้ยง มีกองทุนเพื่อไว้หาอุปกรณ์ก่อเหตุ ตั้งกองทุนไว้ประกันตัว จ้างทนายมาต่อสู้คดี และที่เห็นจะเลวร้ายที่สุดคือเมื่อมีคนถูกจับได้ พอถึงชั้นเบิกความก็จะตามพรรคพวกมานั่งฟังการไต่สวนของชุดสืบสวน เอาไปพัฒนารูปแบบการก่อเหตุไม่ให้โดนจับได้อีก มีการร่วมกันลงขันจากคนที่ทำงานแล้ว และมีเงินสีเทามาเยียวยา คาดว่ามีองค์กรแบบนี้อีกหลายกลุ่ม
นอกจากการปราบปรามแล้ว บช.น.ได้พัฒนาแผนป้องกัน หนึ่งในนั้นคือ “มีนบุรีโมเดล” ที่มีสถาบันเด็กช่างกลตีกันมา 20 กว่าปีก่อน โดยมี พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี รอง ผบก.น.3 เป็นคีย์แมนหลักดูแลงานป้องกันการทะเลาะวิวาทของเด็กในสถานศึกษา โดยลงพื้นที่พูดคุยทำความเข้าใจผู้บริหารสถาบันการศึกษา ดึงนักศึกษาเป็นจิตอาสาช่วยงานชุมชน ให้นักศึกษาที่มีพลังช่วยซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เสีย เช่น จักรยาน แอร์ และประสานสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้ตรวจสอบว่าถ้าสถาบันไหนไม่มีคุณภาพ ไม่คัดเด็กเข้ามาเรียน ปล่อยให้เกิดปัญหาทะเลาะวิวาท ให้เพิกถอนใบอนุญาต รวมทั้งมีกิจกรรมตำรวจชุมชนสัมพันธ์ร่วมกับนักศึกษาช่าง ปรากฏว่าปัญหาทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบันลดลง
กรณีที่เกิดเหตุตีกันให้ใช้นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ร่วมด้วย อย่ามองเป็นผู้ต้องหาอย่างเดียว เพราะเด็กที่ก่อเรื่องส่วนใหญ่จะมาจากครอบครัวแตกแยก สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ที่เมื่อเด็กก่อเหตุผู้ปกครองต้องร่วมรับผิดชอบ จัดทำข้อมูลคนที่เป็นหัวโจก ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เฝ้าระวังโซเชียล ป้องปราม ยั่วยุ นัดรวมตัวทะเลาะวิวาท และตั้งด่านสกัดกวดขันวินัยจราจร ขึ้นทะเบียนข้อมูลรถทุกคัน ซึ่งใช้มาตั้งแต่หลายปีก่อน จนทำให้การก่อเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบันลดน้อยลงจนแทบไม่มี เหลือเพียงการก่อเหตุแบบบังเอิญเจอกันบนถนนเท่านั้น
จากความสำเร็จของ “มีนบุรีโมเดล” ทาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. มีแนวคิดที่จะขยายไปพื้นที่อื่นด้วย
เป็นการแก้คู่ขนานให้ปัญหานักเรียนนักเลงหมดไป

