สืบเนื่องกรณี รศ.วราพร สุรวดี ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก พลัดตกจากชั้น 2 ในช่วงค่ำของวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม ส่งผลให้กะโหลกร้าว เข้ารักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพคริสเตียน ก่อนจะย้ายไปยังห้องไอซียู ศัลยกรรม ชั้น 3 อาคารรัชมงคล สถาบันประสาทฯ นั้น
ล่าสุด เฟซบุ๊คเครือข่ายการท่องเที่ยวภาคประชาสังคม เผยแพร่ความคืบหน้าอาการ รศ. วราพร ว่าแพทย์ได้ให้เลือดและอาหารทางสายยาง หน้าตาสดใส แต่ยังไม่รู้สึกตัว ความดันโลหิตอยู่ที่ 125/58
ทั้งนี้ สาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าว นายธนัญชัย อนันตชัยกร ผู้ดูแล รศ.วราพร กล่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อเวลาระหว่าง 19.00-19.20 น. รศ.วราพรพักอยู่ในเรือนไม้ซึ่งบนชั้น 2 เป็นห้องนอน โดยช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลาให้อาหารแมวที่เลี้ยงไว้หลายตัว แต่แมวตัวหนึ่งปีนขึ้นไปบนหลังคา รศ.วราพรได้เอื้อมมือไปจับแมวเพื่อพามากินอาหาร แต่เกิดพลาดพลัดตกลงมา โดยในขณะนั้นยามประจำพิพิธภัณฑ์ได้ยินเสียงดังโครมครามผิดปกติจึงรีบมาดู พบว่ารศ.วราพรตกลงมาจากชั้น 2 จากนั้นยามได้โทรศัพท์มาหาตนและเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์อีก 1 ราย เนื่องจากพักอยู่ในละแวกใกล้ๆ ระหว่างนั้นมีการโทรเรียกรถพยาบาลจากโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ซึ่ง รศ.วราพรรักษาตัวเป็นประจำ โดยรถพยาบาลมาถึงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที อย่างไรก็ตาม แพทย์ที่ตรวจอาการแจ้งว่าอาจมีเลือดออกในสมอง ต่อมาได้ย้ายไปยังสถาบันประสาทฯ ห้องไอซียู จนถึงในขณะนี้ โดยคนไข้ยังไม่รู้สึกตัว มีญาติๆ คอยดูแลใกล้ชิด
“อาจารย์วราพรเป็นคนรักแมว เลี้ยงแมวไว้หลายตัว ปกติช่วงค่ำจะเป็นช่วงเวลาให้อาหารแมว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ อาจารย์เอื้อมมือไปจับแมวให้มากินอาหาร แต่พลาด พลัดตกลงมาจากชั้น 2 ของอาคารไม้ซึ่งเป็นที่พัก ยามได้ยินเสียงดังเลยรีบมาดู พอพบว่าอาจารย์ตกลงมาหมดสติ จึงรีบโทรตามผมและพี่อีกคนหนึ่งชื่อพี่ศศิ ซึ่งเป็นคนโทรเรียกรถพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน แต่อาจารย์อาการหนักมาก ได้ย้ายไปที่สถาบันประสาทฯ ผมยังหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์” นายธนัญชัยกล่าวด้วยเสียงสะอื้น

รศ.วราพรเป็นบุคคลในข่าวดัง หลังจากการระดมเงิน 10 ล้าน ซื้อที่ดินช่วยพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก (อ่านข่าว ระดมคนละร้อย หวัง 10 ล้าน! ซื้อที่ดินข้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก เจ้าของเดิมทุ่มแล้ว 30 ล้าน กันสร้างตึก 8 ชั้นบังแหล่งเรียนรู้)
เป็นประธานกรรมการมูลนิธิอินสาท-สอาง วัย 80 ปี ผู้ดูแลสนับสนุนกิจการด้านต่างๆ ของ ‘พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก’ ย่านบางรัก กรุงเทพฯ บุตรีของ นางสอาง สุรวดี (ตันบุญเต็ก) จบการศึกษาระดับปริญญาโท MAT. Biology (Indiana University); Dip. In Marine Science (University of Oslo) อดีตอาจารย์ประจําภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร นอกจากนี้ยังเคยเป็นอาจารย์ที่ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและประเมินผล

ด้วยความสนใจส่วนตัวในด้านศิลปวัฒนธรรม หลังรับมอบมรดกที่ดินและตัวบ้านย่านเจริญกรุงจากมารดา จึงปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก เพื่อรักษาสถาปัตยกรรมและข้าวของเครื่องใช้อันล้ำค่าของชาวบางกอกเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ โดยพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวประกอบด้วยที่ดินตามโฉนด 2 แปลง รวม 1-0-6 ไร่ เป็นของตกทอดตั้งแต่บรรพบุรุษ ต่อมาได้โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง คืออาคารพิพิธภัณฑ์ทั้ง 4 หลัง อีกทั้งข้าวของต่างๆ ที่จัดแสดงอยู่ภายในให้เป็นกรรมสิทธิ์ของ กทม.ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2547 กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก มีผู้เยี่ยมชมเดือนละกว่า 700 คน

