รวบ 7 มิจฉาชีพ ‘แก๊งนางฟ้า’ ค้ารถหลุดจำนำ หลอกเช่าแล้วชิ่ง สวมทะเบียนผีขายต่อ

25.11.23 | 15:57 น.

ปฏิบัติการทลายแก๊งค้ารถหลุดจำนำรวบได้ 7 รายเกือบยกแก๊ง


เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป., พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 7 ราย 1.นายจูหลิน (สงวนนามสกุล) (บอย) อายุ 40 ปี 2.นายณัฐวัฒน์ (สงวนนามสกุล) (โอ) อายุ 44 ปี 3.นายศุภชัย (สงวนนามสกุล) (เก้า) อายุ 39 ปี 4.นายภูตะวัน (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี 5.นายนิธิพัฒน์ (สงวนนามสกุล) (ไวท์) อายุ 32 ปี 6.น.ส.ปทิตา (แยม) อายุ 37 ปี โดยทั้ง 6 รายต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันรับของโจร โดยได้กระทำเพื่อค้ากำไร”

ส่วน รายที่ 7.น.ส.ภัทราภรณ์ (สงวนนามสกุล) (หญิง) อายุ 37 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ปลอม หรือใช้เอกสารราชการปลอม, ครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน และพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในหมู่บ้าน ในเมือง หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่”

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคมมีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีดำ ของตนเองถูกเช่าไปโดยนายภูตะวัน จากนั้นไม่นำรถมาคืน ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ต่อมาผู้เสียหายพบรถยนต์คันดังกล่าวถูกโพสต์ประกาศขายบนเพจเฟซบุ๊กชื่อ “นางฟ้า รถหลุดจำนำ” ลักษณะเหมือนจะเป็นเครือข่ายค้ารถยนต์หลุดจำนำผิดกฎหมาย จึงมาติดต่อขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามทรัพย์คืน และจับกุมคนร้ายผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดมาดำเนินคดี

Advertisement

ต่อมาตำรวจจึงวางแผนล่อซื้อรถยนต์คันดังกล่าวกับเพจ “นางฟ้า รถหลุดจำนำ” โดยนัดหมายส่งมอบรถที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เมื่อถึงเวลานัดหมายส่งมอบรถ คนร้ายได้นำรถคันดังกล่าวมาให้สายลับตรวจดูก่อนทำการซื้อขาย กระทั่งแน่ใจว่าเป็นรถยนต์ของผู้เสียหายที่แจ้งหายไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าแสดงตัวและจับกุมตัวกลุ่มคนร้าย พร้อมกับยึดรถคันดังกล่าวนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อนำส่งคืนให้กับผู้เสียหาย โดยขณะจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายบอย, นายเก้า และนายโอ แต่ไม่พบตัวนายภูตะวัน ผู้เช่ารถคันดังกล่าวมาจากผู้เสียหาย

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ทำให้ทราบข้อมูลว่าเครือข่ายคนร้ายจะมีการส่งต่อลูกค้ากินหัวคิวกันหลายทอด โดยแต่ละทอดก็จะมีนายหน้าหักค่าคอมมิชชั่น มีลักษณะเป็นเครือข่ายใหญ่ที่เชื่อมโยงกันด้วยผลประโยชน์ทางการเงิน มีการแบ่งหน้าที่กันทำต่างกันไป เช่น นายทุนที่รับรถหลุดจำนำมาเพื่อปล่อยค้ากำไร, นายหน้าหาลูกค้า, คนทำเพจประกาศขายรถทางออนไลน์, คนหารถป้อนเข้าสู่ขบวนการ และช่างรับถอด GPS เป็นต้น

ซึ่งในคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถขยายผลไปยังคนร้ายผู้ร่วมก่อเหตุได้อีก 4 ราย คือ นายไวท์, นายโจ, นายตฤณ และ น.ส.แยม จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในข้อหา “ร่วมกันรับของโจร โดยได้กระทำเพื่อค้ากำไร” และสืบสวนขยายผล รวมทั้งติดตามตัวมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มเติม รวมถึงตัวนายภูตะวัน ซึ่งเป็นผู้เช่ารถคันของผู้เสียหายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจล่อซื้อติดตามคืนมาก่อนหน้านี้ จึงนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนนายโจ หรือนายบรรจงนั้น เคยถูกจับกุมและตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขณะที่นายตฤณ อยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมเตรียมขยายผลในเครือข่ายนี้ทั้งหมดต่อไป

ทั้งนี้ ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. โดยเฉพาะคืนก่อนหน้าวันเปิดปฏิบัติการระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของนายไวท์ หนึ่งในผู้ต้องหา และยังเป็นนายทุนซื้อขายรถยนต์รายสำคัญในขบวนการนี้ เจ้าหน้าที่พบว่านายไวท์มีการปล่อยขายรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีเทา ให้กับลูกค้าหญิงรายหนึ่งจากจังหวัดอุดรธานี หลังจากซื้อไปแล้วได้ขับขี่มุ่งหน้าไปทางพื้นที่ภาคอีสาน เจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยติดตามรถคันดังกล่าวไป

กระทั่งในเช้าของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบรถคันดังกล่าวภายในร้านค้ายางรถยนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มี น.ส.หญิง แสดงตัวเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอม และยังตรวจพบอาวุธปืนรีโวลเวอร์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนอีกหลายนัดด้วย จึงจับกุมตัว น.ส.หญิง พร้อมตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พื้นที่รับผิดชอบ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป