ทนาย ยธ.ชี้คดีครูจอมทรัพย์เป็น’แพะ’หรือไม่ อยู่ที่ศาลตัดสิน ตร.ตั้งทีมสืบล่าขบวนการสร้างเรื่อง

17.01.17 | 10:55 น.

วันที่ 17 มกราคม นายพงศา ราตรี ทนายความ ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เกี่ยวกับคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร  อายุ 55 ปี ข้าราชการครูชาว จ.สกลนคร เข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม ว่าตกเป็นแพะ ในคดีขับรถยนต์ชนคนตายเมื่อปี 2548 จนมาต่อสู้คดีใน 3 ชั้นศาล กระทั่งถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก 3 ปี 2 เดือน ยืนตามคำตัดสินศาลชั้นต้น ต่อมานางจอมทรัพย์ได้รับการอภัยโทษเมื่อปี 2558 ก่อนรวมหลักฐานขอความเป็นธรรม ล่าสุดเมื่อวานนี้ (16 มกราคม) นางจอมทรัพย์ได้มาที่ศาลจังหวัดนครพนมเพื่อฟังนัดการไต่สวน ตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้มีการรื้อคดีพิจารณาใหม่ ซึ่งศาลจังหวัดนครพนมได้นัดสืบพยาน ทั้งฝ่ายผู้ร้อง คือนางจอมทรัพย์ และฝ่ายคัดค้าน คืออัยการ ในระหว่างวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ตามคำร้องทุกข์ โดยแนวทางการดำเนินคดี หลังจากนี้จะเป็นกระบวนการของศาลชั้นต้น คือศาลจังหวัดนครพนม ในการพิจารณาคดีใหม่ ผลออกมาจะเป็นอย่างไร จะต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริง และต้องรอคำตัดสินของศาลเป็นผู้ชี้ขาด

นายพงศากล่าวว่า ทางศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม มีหน้าที่เพียงเสนอให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้อง เพื่อให้มีการพิจารณาคดีใหม่ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาเท่านั้น ที่ผ่านมาได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบดูแล ผ่านกระบวนการสอบสวนเพิ่มเติม และรวบรวมพยานหลักฐานให้ศาล ครบตามกระบวนการ ส่วนในรายละเอียดจะไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด เพราะอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล ส่วนของการชดเชยเยียวยา จะต้องรอผลและกระบวนการพิจารณาของศาลเสร็จสิ้น

สำหรับข้อมูลที่มีการระบุว่า นางจอมทรัพย์ไม่ได้เป็นแพะ แต่เป็นผู้กระทำผิดจริงนั้น นายพงศากล่าวว่า ถือเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน มาสู่กระบวนการของศาล สุดท้ายจะต้องรอคำพิพากษาของศาลเป็นที่สิ้นสุด สิ่งสำคัญในการรื้อคดีตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกดำเนินคดีได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อในคดีอาชญากรรม แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน โดยศาลจะเป็นผู้ตัดสิน

ขณะที่ทางตำรวจ โดยทาง พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้ตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ตั้งทีมติดตามสืบสวน ตรวจสอบเอาผิดขบวนการสร้างเรื่อง โดยระบุว่านายสับ วาปี อายุ 60 ปี เป็นชาว จ.มุกดาหาร ที่ออกมารับสารภาพว่าเป็นคนขับรถชนตัวจริง เป็นเพียงแพะ และมีการทำเป็นขบวนการ ซึ่งได้เร่งติดตามตัวมาสอบสวน และขยายผล เพื่อนำมาเป็นหลักฐานสำคัญ ในการยืนยันว่านางจอมทรัพย์ไม่ได้เป็นแพะ และตำรวจเชื่อมั่นว่ามีพยานหลักฐานชัดเจน อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดขบวนการทั้งหมด