เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมผู้เสียหายลงพื้นที่จุดเกิดเหตุใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส คปอ. พื้นที่ สน.ดอนเมือง เพื่อชี้จุดเกิดเหตุและจุดตั้งวินจักรยานยนต์ (จยย.) กรณีทางเพจสายไหมโพสต์คลิปวิดีโอ 2 คลิปลงในเพจโดยเป็นคลิปผู้ขับขี่วิน จยย.ด่าทอผู้เสียหายเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา
ผู้เสียหายเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุขับรถไปส่งพี่สาวบริเวณสถานีรถไฟฟ้า คปอ. ระหว่างจะเบี่ยงรถเข้าด้านซ้ายมองไม่เห็นรถ จยย.คันดังกล่าวมาเห็นอีกครั้งตอนรถ จยย.ขว้างหน้ารถก่อนขับขี่ออกไปท่าทางประมาท จากนั้นตนและผู้ขับขี่ จยย.ขับกลับเส้นทางเดียวกันก่อนคนขับ จยย.จอดที่วินใกล้จุดที่ตนต้องไปลงซึ่งคิดว่าคนขับ จยย.ต้องคิดว่าตนลงมาหาเรื่อง พอจอดรถคนขับ จยย.เดินมาโวยวาย ตนจึงยกมือไหว้แต่ไม่จบท้าทายต่างๆ นานาก่อนเพื่อนในวิน จยย.มาดึงออกไปพร้อมยกมือไหว้ขอโทษพี่สาวก่อนแยกย้ายกันกลับ คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร แต่มาเจอตอนที่กลับมาจอดรถหน้าบ้านวิน จยย.คันดังกล่าวมาจอดโวยวายตามคลิปตกใจไม่คิดว่าจะเข้ามาถึงบ้านตนเป็นห่วงแม่และลูกหลังเกิดเหตุไปแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง
ด้านนายเอกภพ เปิดเผยว่า มาลงพื้นที่เพื่อมาดูจุดเกิดเหตุและตามหาวินที่อยู่ในคลิปแต่ไม่เจอใคร ส่วนการขับปาดหน้ากันเป็นเรื่องความผิดจราจร แต่ที่ติดใจคือหลังเกิดเหตุยังตามไปคุกคามถึงบ้านผู้เสียหาย ซึ่งมีเจตนาอะไร ซ้ำยังท้าทายตอนนี้ก็มาหาแล้ว ทำไมไม่โผล่มาหน่อย ทำไมถึงเก่งกับผู้หญิง 2 คน ถ้าขับวินแล้วปกครองดูแลกันไม่ได้ก็ไม่ต้องขับ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบเรื่องการตั้งวินรวมถึงคนขับวินว่าได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ หลังจากนี้ก็จะพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากลงพื้นที่ ทีมสายไหมต้องรอดไปบ้านผู้เสียหายอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร พูดคุยกับมารดาผู้เสียหาย ระบุว่าปกติที่บ้านมีทั้งเด็กและผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมดยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลให้กับครอบครัวอย่างมาก ฝั่งวิน จยย.พูดจาท้าทาย “ให้แจ้งตำรวจได้เลย” พร้อมข่มขู่ว่า “ในนี้มีคนเจ๋งบ้างหรือเปล่า ใครเจ๋งไปเรียกมาเลย” อยากให้เจ้าหน้าที่ตามตัวมาว่ากล่าวตักเตือน
ต่อมา พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สน.ดอนเมือง พร้อมฝ่ายสืบสวนติดตามตัวผู้ขับขี่ จยย.คนดังกล่าวมาสอบสวนทราบชื่อ นายธวัชชัย อุ่นใจเพื่อน อายุ 43 ปี เบื้องต้นพบสารเสพติดในร่างกาย นายธวัชชัย ยอมรับว่าวันเกิดเหตุกินยาบ้าไป 1 เม็ด โดยตอนเกิดเหตุไม่ได้ตั้งใจขับรถตัดหน้าแต่อย่างใดแต่รีบขับไปเข้าวินเลยตัดสินใจขับรถปีนเกาะกลางถนนอีกทั้งไม่ได้ตามไปที่บ้านผู้เสียหาย ตอนนั้นเป็นจังหวะไปส่งผู้โดยสารที่ท้ายซอยแล้วผู้เสียหายมายืนดัก พร้อมกล่าวยอมรับว่าไม่ได้ขึ้นทะเบียนขับวิน จยย.กับกรมการขนส่งทางบก แต่เช่าเสื้อวินมาราคาวันละ 50 บาท และรถ จยย.ที่ขับเป็นป้ายทะเบียนขาวอยู่ยังไม่ได้เป็นป้ายเหลือง
จากนั้นผู้เสียหายพบกันนายธวัชชัย ก่อนนายธวัชชัย ยกมือไหว้ขอโทษตอนนั้นสีหน้าผู้เสียหายยังมีความกังวลและหวาดกลัวอยู่ส่วนทางคดี พ.ต.อ.อดิเรกกล่าวว่า เรื่องที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายต้องดำเนินคดีส่วนในคลิปที่มีการใช้คำพูดข่มขู่ ก็จะดำเนินคดีข้อหาทำให้ตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญ ซึ่งต้องตรวจสอบรถ จยย.นายธวัชชัยและการขับ จยย.กับสำนักงานเขตดอนเมือง ว่ามีการขอถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีต่อไป เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำให้ตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) และหากพบการกระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจร ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

