พัชรวาท มอบ สนธิรัตน์ ขับเคลื่อนคณะทำงาน แก้ปัญหาช้างป่า
วันที่ 28 พฤศจิกายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งรัดแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ และเพื่อเป็นการขานรับนโยบายดังกล่าว จึงได้มีการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาช้างป่า
โดยมีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ทส. ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาช้างป่า เป็นประธานการประชุม โดยมีคณะทำงาน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการฯ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผ่านระบบออนไลน์ เพื่อการบูรณาการความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการอนุรักษ์ จัดการ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างช้างป่ากับประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์และจัดการช้างป่าผ่านการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน
โดยในที่ประชุมได้มีการรายงานร่างคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง คณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาช้างป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถานการณ์ช้างป่าในปัจจุบัน โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คณะกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้าง และแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาช้างป่าแห่งชาติ พ.ศ.2567-2571 พร้อมพิจารณาโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นสำหรับแก้ไขปัญหาช้างป่า จำนวน 5 โครงการ
ประกอบด้วย 1.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า (เจ้าหน้าที่ผลักดันช้างป่า) 2.โครงการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือพืชผลทางการเกษตร พ.ศ.2567 3.โครงการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ 4.โครงการประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ และ 5.โครงการสร้างศูนย์ปรับพฤติกรรมช้างป่า
ทั้งนี้ คณะทำงานฯจะเร่งดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาช้างป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

