เมื่อวันที่ 17 มกราคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 42 ทั้งนี้ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมพระบรมศพในเวลา 10.30 น.
นายไตรภพ ลิมปพัทธ์ ตัวแทนจากมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ กล่าวถึงความรู้สึกภายหลังได้เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก คิดว่าการร่วมเป็นเจ้าภาพก็เหมือนคนไทยคนหนึ่ง ที่ไม่ได้แตกต่างจากประชาชนที่มาเข้าแถวรอคิวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเลย ในวันนี้รู้สึกปลาบปลื้มมาก ได้เห็นบรรยากาศพระราชพิธีและเห็นภาพของประชาชนที่หลั่งไหลเข้ามาสักการะอย่างต่อเนื่อง ส่วนตนก็น้อมนำคำสั่งสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ตลอดชีวิตที่ผ่านมา พร้อมกับทำงานเผยแพร่เรื่องราวของพระราชวงศ์ไทยให้เป็นที่รู้จักเสมอ อย่างรายการได้เริ่มถ่ายทอดโครงการพระราชดำริมากขึ้นเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญและเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในฐานะผู้จัดรายการด้วย สำหรับมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์นั้นได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี อันเนื่องมาจากพระอัจฉริยภาพที่ทรงเล็งเห็นถึงปัญหาทางด้านคุณภาพชีวิตของเด็กเยาวชนและประชาชนในประเทศไทย ทุกวันนี้พยายามที่เข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเพื่อให้ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามูลนิธิฯได้อัญเชิญพระบรมราโชวาท มาใช้เป็นคำสอนที่ถือเป็นตัวอย่างในการดำเนินงานอยู่แล้วและมุ่งหวังที่จะทำต่อไป
“อยากบอกว่า คำสั่งสอนของพระองค์สามารถน้อมนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ซึ่งมีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกมาก คือ ในชีวิตคุณพูดอะไรดีๆ ก็ได้ คิดอะไรดีๆ ก็ได้ คุณทำอะไรดีๆ ก็ได้ ซึ่งเมื่อคุณพูดออกไปแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปฎิบัติมาแล้วทั้งนั้น หากเราทำดีอะไรบางอย่างและได้ย้อนกลับไปดูแล้วพบว่าเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงเคยทำไว้ คุณควรภูมิใจถือว่าคุณเดินมาถูกทางแล้ว และกำลังเดินตามรอยของพ่อ ส่วนสิ่งที่อยากบอกคนไทยนั้น คิดว่าคนไทยน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปเพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรง ธ สถิตอยู่ในดวงใจคนไทยตลอด” นายไตรภพ กล่าว

