‘บิ๊กโจ๊ก’ ตัวแทน ตร.เข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ตำรวจสากล เห็นด้วย 195 ประเทศสมาชิกอินเตอร์โพลจะใช้ ‘หมายสีเงิน’ บังคับใช้ติดตามทรัพย์สิน-เส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิด
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน การประชุมสมัชชาใหญ่ตำรวจสากล (INTERPOL) ประกอบด้วยประเทศสมาชิกกว่า 195 ประเทศ โดยปีนี้เป็นโอกาสพิเศษครบรอบ 100 ปีของการจัดตั้ง INTERPOL ซึ่งจัดตั้งเป็นครั้งแรกที่ประเทศออสเตรีย และปีนี้ก็ย้อนกลับมาจัดที่ประเทศต้นทางอีกครั้ง โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบหมาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เข้าร่วมประชุม เพื่อแสวงหาความร่วมมือผ่านแดนในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ คอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมในวันแรกเป็นการประกาศรับประเทศสมาชิกเพิ่มคือ สาธารณรัฐปาเลา เป็นสมาชิกประเทศที่ 196 และมีการหารือร่วมกันในการขับเคลื่อนความร่วมมือผ่านแดนในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งทุกประเทศเห็นพ้องต้องกันว่าปัจจุบันกลุ่มคนร้าย หรืออาชญากรสามารถก่อเหตุได้พร้อมๆ กันในหลายประเทศและใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นกลไกสำคัญ

ดังนั้น การจัดการปัญหาต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วและประสานความร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้นเพื่อไล่ล่ากลุ่มอาชญากรในทุกช่องทาง โดยเฉพาะพื้นที่ที่กลุ่มอาชญากรมักใช้เป็นแหล่งกบดานหลังการก่อเหตุ หรือระหว่างการก่อเหตุ ดังนั้น จะต้องใช้ทั้งความร่วมมือและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ
โดยครั้งนี้ที่ประชุมใหญ่ตำรวจสากลมีการเสนอใช้หมายประเภทใหม่คือ หมายสีเงิน (Silver Notice) ซึ่งจะใช้ในการประสานและแจ้งเตือนประเทศสมาชิกในการช่วยติดตามยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมทางการเงิน ซึ่งจะมีประโยชน์ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวในฐานะตัวแทนประเทศไทยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า แนวทางที่ทุกประเทศกำหนดร่วมกันในครั้งนี้ ภายใต้แนวคิดศตวรรษแห่งการเรียนรู้ การทำงานร่วมกัน และนวัตกรรม เพื่อโลกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นกลไกสำคัญในการร่วมมือปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันไม่เพียงแต่เกิดขึ้นได้พร้อมกันหลายหลายพื้นที่ในเวลาเดียวกัน ยังอาจเกิดจากคนกลุ่มเดียวกันที่ทำงานกันเป็นเครือข่ายโดยอาศัยประชากร หรือพลเรือนของประเทศนั้นๆ เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรม ดังนั้น การจัดการปัญหาที่ต้นทางด้วยความรวดเร็วก็จะสามารถหยุดยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งประเทศต้นทางและปลายทาง และยังลดความสูญเสียของเหยื่อที่เกิดขึ้นจากอาชญากรข้ามชาติด้วย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนการประกาศใช้หมายประเภทใหม่คือหมายสีเงิน (Silver Notice) ซึ่งจะใช้ในการประสานและแจ้งเตือนประเทศสมาชิกในการช่วยติดตามยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงิน ซึ่งจะมีประโยชน์ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นแนวทางที่ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ต้องกำหนดกรอบให้ชัดเจน และเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในเชิงรุก ทั้งในแง่ของการค้ามนุษย์และการใช้อาวุธที่ผิดประเภท
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับการบังคับใช้ หมายแดง (Red Notice) ของประเทศไทยนั้น ตลอด 3 ปีที่ผ่านมามีการดำเนินการอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2564 ดำเนินการควบคุมจับกุมและส่งต่อได้ 31 หมาย ขณะที่ปี 2565 ดำเนินการเพิ่มเติมได้เป็น 68 หมาย กระทั่งปี 2566 สิ้นสุดที่เดือนตุลาคม สามารถดำเนินการได้ถึง 106 หมาย ภายใต้การกำกับดูแลของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการล่วงละเมิดทางเพศของเด็ก
ขณะที่ นายเจอร์เก้น สต๊อก เลขาธิการตำรวจสากล กล่าวยืนยันว่า การจับกุมคนร้ายในทุกวันนี้ หากจับกุมเฉพาะในประเทศอย่างเดียวก็จะไม่สามารถทำให้ปัญหาหมดไปได้อย่างแท้จริง นั่นเป็นเพราะหัวหน้าขบวนการยังอยู่ต่างประเทศ ดังนั้น จึงต้องแสวงหาความร่วมมือทั้งโลก และจับกุมข้ามพรมแดนร่วมกันอย่าง บูรณาการ

