พล.ต.อ.เอก ย้ำปฏิรูปตำรวจเกิดแล้ว หลังนายกฯเซ็นตั้ง 7 ก.พ.ค.ตร. พิจารณาย้ายไม่เป็นธรรม

29.11.23 | 14:37 น.

7 อรหันต์ ‘ก.พ.ค.ตร.’ คลอดแล้ว ตั๋วการเมือง เด็กเส้น ระวัง! ถ้ามีใครไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่งตั้งโยกย้ายโดนร้องแน่


จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 33 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 แต่งตั้ง คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) จำนวน 7 ราย โดยมี นายสมรรถชัย วิศาลาภรณ์ เป็นประธานกรรมการนั้น

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ กรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ระบุทางเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีนี้ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวเกี่ยวกับตำรวจที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจคงเป็นเรื่องนายกรัฐมนตรีพูดถึงการแต่งตั้งผู้กำกับใหม่ ฯลฯ

ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ต่อมาว่า ไม่ได้มีการฝากแต่งตั้งตำรวจ และไม่ได้ใช้อำนาจไปแทรกแซงการแต่งตั้งแต่อย่างใด

Advertisement

สื่อได้ติดตามสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง อดีตผู้บังคับบัญชาตำรวจในประเด็นต่างๆวิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์ เจาะลึก อย่างกว้างขวาง

ผมเองก็ได้รับเชิญไปสัมภาษณ์สนทนากับสื่อ หลายรายการ อาทิ ช่องเนชั่น คมชัดลึก กับคุณวราวิทย์ ฉิมมณี ช่องไทยพีบีเอส “ข่าวเจาะย่อโลก” กับคุณเจษฎา จี้สละ ช่องมติชนสุดสัปดาห์ กับคุณพิชญเดชฯสถานีวิทยุ เอฟ เอ็ม 100.52 (อสมท) คุณพัชระ สารพิมพา ฯลฯ

ประเด็นที่ผมได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ เรื่องตั๋วฝากตำรวจมีจริงหรือไม่ มีความเป็นมาอย่างไร การซื้อขายตำแหน่ง ฯลฯ

ผมได้เน้นย้ำให้เห็นว่าปัจจุบันบริบทกฎหมายตำรวจเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย ต้องคำนึงระบบคุณธรรม มีหลักเกณฑ์จำกัดการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา มิให้กระทำการโดยมิชอบ และมีการสอบทานโดยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) เมื่อ ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัยอย่างไรแล้ว ผู้บังคับบัญชาอาจจะต้องรับผิดทางวินัยร้ายแรงและไม่ร้ายแรง ตลอดจนกำหนดฐานความผิดและมีโทษทางอาญาด้วย (พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 มาตรา 33-42, มาตรา 60, มาตรา 87)

เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.2566) นายกรัฐมนตรีได้ลงนามประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) โดยมี นายสมรรถชัย วิศาลาภรณ์ เป็นประธาน และพล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน เป็นเลขานุการ มีผลให้ ก.พ.ค.ตร.เริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที

ดังนั้น หากข้าราชการตำรวจผู้ใดเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเรียงลำดับอาวุโส หรือการแต่งตั้ง ให้มีสิทธิร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค.ตร.ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งแต่งตั้ง

ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัยให้แล้วเสร็จภานใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องทุกข์

คำวินิจฉัย ก.พ.ค.ตร.ให้เป็นที่สุด

ผู้ร้องทุกข์ไม่พอใจอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ภายใน 90 วัน

ก.พ.ค.ตร.วินิจฉัย ผู้บังคับบัญชาไม่ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ในการเรียงอาวุโส หรือในการแต่งตั้ง ให้ถือว่าผิดวินัย พิจารณาลงโทษโดยไม่ต้องสอบสวน ภายใน 30 วัน นับแต่ ก.พ.ค.ตร.แจ้ง แล้วรายงาน ก.ตร.

ก.ตร.พิจารณาแล้วเป็นการจงใจเพื่อช่วยเหลือบุคคลใด หรือเพื่อให้เกิดความเสียหายผู้ใด ให้ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง (โทษไล่ออก หรือปลดออก) ลงโทษได้โดยไม่ต้องสอบสวน

สำหรับเรื่องตั๋วและการซื้อขายตำแหน่ง มีบทกำหนดฐานความผิดและกำหนดโทษไว้โดยเฉพาะ (พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 มาตรา 87 วรรคสุดท้าย)

“ผู้ใดให้ ขอให้ รับว่าจะให้ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือแอบอ้างอำนาจของบุคคลใด หรือเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่น หรือกระทำทำการโดยมิชอบ เพื่อให้มีการแต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งใด ไม่ว่าการแต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี”

ผมยืนยันว่า ได้มีการปฏิรูปตำรวจในเรื่องการบริหารบุคคลแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ หากมีการละเลยหรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์การแต่งตั้งต่างๆ ก.พ.ค.ตร.จะพิจารณาและวินิจฉัย เพื่อผดุงระบบคุณธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นบรรทัดฐานการปฎิบัติที่ถูกต้องต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง