จับพ่อค้าล่าเสือ ถลกหนัง-ตัดหัว ขาย ‘นักสะสม-สายมู’ ผงะ เต็มบ้าน 500 ซาก
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.1 บก.ปทส., พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.2 บก.ปทส., พ.ต.ท.เอกพล ปัญจมานนท์ รอง ผกก.1 บก.ปทส., พ.ต.ท.ปกรษณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร รอง.ผกก.2 บก.ปทส พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง ผกก.1 บก.ปทส., พ.ต.ท.ธานุพันธ์ สุระสะ, ร.ต.อ.เมธานันท์ ไกรอานนท์ รอง สว.กก.1 บก.ปทส. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส., กก.2 บก.ปทส.
ร่วมกับ U.S. fish & Wildlife service หรือกรมบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำและสัตว์ป่าสหรัฐอเมริกา และชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืช (ชุดเหยี่ยวดง)
ร่วมกันจับกุม นายกานต์ อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดแพร่ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ฐาน “ค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่จับกุม บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลาง
1.ซากเสือโคร่ง จำนวน 163 รายการ
2.ซากเสือดาว จำนวน 108 รายการ
3.ซากเสือดำ 133 รายการ
4.ซากเสือลายเมฆ 77 รายการ
5.ซากเสือไฟ จำนวน 19 รายการ รวม 500 รายการ
สืบเนื่องจากเมื่อมกราคม 2566 ชุดสืบสวนของ กก.1 บก.ปทส. จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ค้าซากเสือไฟ ขายสายมู พร้อมของกลาง ซากเสือไฟ ได้ที่บ้านพักย่านจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ต่อมาขยายผลจากเครือข่ายค้าซากสัตว์ออนไลน์พบว่ามี เฟซบุ๊ก ชื่อ “แมวโพง อีกแล้ว” มีพฤติการณ์ค้าซากหนังเสือโคร่งออนไลน์ จึงทำการสืบสวนและขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายกานต์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 และ กก.2 บก.ปทส. ตรวจค้นบ้านพักของ นายกานต์ จากการตรวจค้นยึดของกลางซึ่งเป็นซากเสือโคร่ง, เสือดำ, เสือไฟ, เสือดาว, เสือลายเมฆ ได้จำนวนมาก
จากการสอบถามผู้ต้องรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก ที่ค้าเสือโคร่ง โดยสั่งซากเสือมาจากเฟซบุ๊ก ไม่ทราบว่าต้นทางมาจากไหน โดย นายกานต์ ค้าซากเสือ มาประมาณ 2 ปี จะสั่งซื้อซากเสือมาเป็นตัวแล้วตัดแบ่งขาย
โดยในการจับกุมครั้งนี้ตรวจยึดซากเสือไฟ,ซากเสือลายเมฆ, ซากเสือดาว, ซากเสือดำ และซากเสือโคร่ง โดยรับซื้อซากเสือโคร่ง 1 ตัวในราคาประมาณ 40,000 – 50,000 บาท
ส่วนชิ้นส่วนของเสือโคร่งต่างๆ เช่น หัวโคร่งจะขายราคาหัวละ 10,000 -20,000 บาท ลำตัว ขาย 12,000 บาท และส่วนต่างๆ
ส่วนกลุ่มลูกค้าจะเป็นนักสะสม หรือไว้เป็นเครื่องรางของขลัง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


