โฆษกศาลแจง’ครูจอมทรัพย์’มีหน้าที่นำพยานเบิกความ หากไม่มาศาลใช้ดุลพินิจงดสืบพยานได้

17.01.17 | 15:15 น.
นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม

เมื่อวันที่ 17 มกราคม นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนครพนมสืบพยานใหม่ในคดีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งรื้อฟื้นคดีที่นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน ฐานขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เหตุเกิดเมื่อปี 2548 เเล้วไม่สามารถนำตัวนายสับ วาปี พยานที่อ้างว่าเป็นผู้ขับรถชนคนตายตัวจริง มาสืบพยานในวันดังกล่าวได้ว่า การที่พยานไม่ได้มาที่ศาลในวันที่ 16 มกราค ซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาคดีครั้งเเรกนั้นยังไม่มีผล เนื่องจากศาลได้เลื่อนนัดออกไปเป็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เเละเป็นหน้าที่ของฝ่ายนางจอมทรัพย์ จำเลยที่ต้องพาพยานดังกล่าวมาสืบพยาน ส่วนหากวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ ตัวจำเลยยังไม่สามารถนำพยานมาเบิกความในศาลได้ ศาลจะต้องพิจารณาเหตุผลว่าเหตุใดถึงไม่สามารถนำพยานมาสืบได้ เเละเป็นดุลพินิจว่าจะเลื่อนการพิจารณาคดีหรืองดการสืบพยานเเล้วเเต่กรณี

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะถึงขั้นออกหมายเรียกหรือหมายจับพยานเพื่อมาเบิกความหรือไม่ นายสืบพงษ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของจำเลยว่าจะขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยหรือไม่ ถ้าหมายเรียกไม่มาก็ออกหมายจับ เเต่ถ้าเป็นพยานที่จำเลยนำมาเองก็ไม่สามารถขอศาลออกหมายจับได้

“ถ้าระบุไว้ว่านำมาเองออกหมายจับไม่ได้ เเต่ถ้าเป็นพยานที่อ้างต่อศาลเเละไม่มาโดยไม่อ้างเหตุขัดข้องเเละเป็นพยานสำคัญ ศาลก็ออกหมายจับมาเพื่อเบิกความในชั้นศาลได้” โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว