หน้าแรก ในประเทศ แม่รอรับลูกชา...

แม่รอรับลูกชาย หลังถูกปล่อยตัว เผยร้องไห้ทุกวัน ไม่รู้เป็นหรือตาย ‘ลูกสาว’ เปิดใจ ไม่ได้เจอพ่อ มา 13 ปี

30.11.23 | 13:41 น.

แม่รอรับลูกชาย หลังถูกฮามาสปล่อยตัว เผย ร้องไห้ทุกวัน ไม่รู้เป็นหรือตาย ลูกสาว เปิดใจ ไม่ได้เจอพ่อตัวเป็นๆ มา 13 ปี

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ในงานแถลงข่าวต้อนรับแรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันและได้รับการปล่อยตัว ซึ่งจะเดินทางกลับจากอิสราเอล ด้วยสายการบิน EL AL เที่ยวบินที่ LY081 เวลา 12.05 น. โดยล่าสุดเที่ยวบินมีความล่าช้าซึ่งมีการกำหนดเวลาเดินทางถึงไทยเป็นเวลา 15.10 น. โดยในล็อตแรกที่เดินทางมาถึงไทยนั้นมีจำนวน 17 คน

นางราตรี สามพัน มารดาของนายบุดดี แสงบุญ 1 ใน 17 แรงงานที่ถูกปล่อยตัวและเดินทางกลับไทยในล็อตแรก กล่าวว่า ตนแล้วครอบครัวเดินทางมาจาก จ.นครพนม เมื่อช่วงบ่ายโมงของเมื่อวานนี้ เพื่อมารอรับลูกชายที่สนามบินสุวรรณภูมิในวันนี้ โดยตั้งใจว่าสิ่งแรกที่ได้เจอหน้ากับลูกชายจะเข้าไปกระโดดกอดลูกชาย ไม่ได้คุยกันจนคิดว่าตายไปแล้วด้วยซ้ำ วันนี้เป็นข่าวดีที่ตนดีใจสุดๆ แต่ในเรื่องของรายละเอียดลูกชายของตนไม่ได้เล่าอะไรมากเพราะว่ายังมีคนไทยที่ถูกจับตัวและยังไม่ได้รับการปล่อยตัวออกมาด้วย ก็กังวลว่าอาจจะไปกระทบเรื่องนี้จึงไม่ได้พูดอะไรเลย

นางราตรีกล่าวว่า ตั้งแต่ที่ตนได้รับข่าวเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลที่ลูกชายได้ไปทำงานอยู่นั้น ตนดูข่าวแล้ใก็ร้องไห้มาโดยตลอด เพราะว่ากลัวว่าจะได้รับแจ้งว่าลูกชายของตนเสียชีวิต ตนไม่อยากได้ยินคำนี้เลย ที่ผ่านมาก็รอคอยข่าวดีมาโดยตลอด ถึงวันที่ 26 พ.ย. ทางสถานทูตอิสราเอลโทรมาแจ้งว่า นายบุดดี แสงบุญ ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ตนดีใจมากร้องไห้ไปกอดกับพี่สาว เหมือนว่าลูกชายตนรอดกลับมาอย่างปาฏิหาริย์ เพราะที่ผ่านมาไม่สามารถติดต่อได้เลย ไม่รู้ว่าอยู่ยังไงเป็นหรือตาย จนคิดว่าลูกชายได้ตายไปแล้ว เพราะว่าเพื่อนที่ไปด้วยกันก็โดนยิง จนได้ยินข่าวนี้ก็ดีใจมาก

“ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันกับลูกชายเขาบอกว่าจะย้ายงาน แต่ยังไม่ทันได้ย้ายเลยก็มีภัยสงครามก่อน เมื่อได้รับการปล่อยตัวก็ได้คุยกับลูกชายแล้ว ว่าจะเดินทางมาถึงช่วงวันพฤหัสบดี ซึ่งทางบ้านก็ได้เตรียมจัดพิธีรับขวัญลูกชายเมื่อเดินทางกลับไปถึงบ้านที่ จ.นครพนม พร้อมพาลูกชายไปแก้บน และหลังจากนี้ก็จะให้ลูกชายได้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ตอนนี้ขอเห็นหน้าลูกชายก่อน” นางราตรีกล่าว

Advertisement

นางราตรีกล่าวต่อว่า ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ช่วยเหลือลูกชายของตนอย่างดีมากๆ ทำให้ลูกชายของตนได้กลับมาอย่างปลอดภัย เพราะหัวอกของคนเป็นแม่ก็หวังให้ลูกชายได้กลับมาสู่อ้อมกอดอย่างปลอดภัย และหลังจากนี้ตนคิดว่าจะไม่ให้ลูกชายกลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลแล้ว อยากให้ทำงานอยู่ในไทยมากกว่า และลูกชายของตนนั้นก็คงไม่กลับอีกแล้ว

ด.ญ.ปลิตา แสงบุญ ลูกสาวของนายบุดดี กล่าวว่า ตนไม่ได้คบกับคุณพ่อตั้งแต่ตอนที่ตนอายุเกือบ 2 ขวบ ซึ่งตอนนี้ตนอายุ 14 ปีแล้ว นับเป็นเวลา 13 ปีที่ไม่ได้เจอหน้ากับพ่อ แต่ก็มีการติดต่อกันผ่านโทรศัพท์ ผ่านทางวิดีโอคอลอยู่ตลอด ซึ่งที่ผ่านมานั้นตนมีความตั้งใจอยากจะได้เจอหน้า อยากกอดพ่อ ทั้งนี้ พ่อของตนได้เดินทางไปอยู่ทำงานที่ประเทศอิสราเอลนานแล้ว ครั้งแรกที่ได้รับข่าวว่าพ่อถูกจับเป็นตัวประกันนั้น ก็ตกใจและก็เป็นห่วงมาก แต่พอได้รับข่าวว่าได้รับการปล่อยตัวก็รู้สึกดีใจมาก อยากบอกกับพ่อว่าตนมีความคิดถึงและเป็นห่วงพ่อมากๆ ไม่อยากให้พ่อกลับไปทำงานในประเทศอิสราเอลอีก อยากให้อยู่เมืองไทยกับครอบครัว

สำหรับรายชื่อแรงงานไทยที่ได้รับการปล่อยตัวจากการถูกจับเป็นตัวประกันโดยกลุ่มฮามาส เดินทางมาถึงประเทศในวันนี้ รวม 17 คน มีดังนี้

1.น.ส.ณัฐฐาวรี มูลกัน ภูมิลำเนา จ.ขอนแก่น
2.นายสันติ บุญพร้อม ภูมิลำเนา จ.บุรีรัมย์
3.นายบุญถม พันธ์ฆ้อง ภูมิลำเนา จ.อุดรธานี
4.นายมงคล ผจวบบุญ ภูมิลำเนา จ.ศรีษะเกษ
5.นายวิทูรย์ ภูมี ภูมิลำเนา จ.หนองบัวลำภู
6.นายวิชัย กาละปัตย์ ภูมิลำเนา จ.อุบลราชธานี

7.นายบัญชา กองมณี ภูมิลำเนา จ.มหาสารคาม
8.นายบุดดี แสงบุญ ภูมิลำเนา จ.นครพนม
9.นายอุทัย ทุ่นศรี ภูมิลำเนา จ.เชียงราย
10.นายอุทัย แสงนวล ภูมิลำเนา จ.นครพนม

11.นายนัฐพร อ่อนแก้ว ภูมิลำเนา จ.นครพนม
12.นายคมกฤษ ชมบัว ภูมิลำเนา จ.สุรินทร์
13.นายอนุชา อ่างแก้ว ภูมิลำเนา จ.อุดรธานี
14.นายมณี จิระชาติ ภูมิลำเนา จ.อุดรธานี
15.นายวิเชียร เต็มทอง
16.นายสุรินทร์ เกสูงเนิน
17.น.ส.พรสวรรค์ ปินะกาโล