พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.6 บช.น.เปิดเผยว่า สำหรับวันแรกภาพยนต์โฟร์คิงส์ภาค 2 เข้าฉาย เฉพาะที่ย่านสยามแสควร์ ใช้กำลังตำรวจ บก.น.6 จำนวน 60 นาย และตำรวจควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย หรือราว 150 นาย ลงพื้นที่ไปตั้งแต่ก่อนที่ภาพยนตร์ะเริ่มฉายรอบฉายแรกในเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา และผลัดเปลี่ยนกำลังกันไปจนถึงหลังภาพยนตร์ฉายรอบสุดท้ายจบ จะทำแบบนี้ทุกวันตลอดช่วงที่ฉายภาพยนตร์ ซึ่งจะเน้นปฏิบัติตามหลัก 5 ข้อ ที่ บช.น.มีคำสั่งออกมา
1.เน้นการแสดงกำลังบริเวณจุดเสี่ยง ตามที่แต่ละ สน.ท้องที่วิเคราะห์ส่งมา คือ นำกำลังตำรวจไปยืนประจำจุดต่างๆ 2.ตำรวจคือประชาชน ประชาชนคือตำรวจ ขอความร่วมมือในการแจ้งข่าว จุดเสี่ยง จุดรวมตัว หรือสิ่งบอกเหตุ ที่จะมีการก่อเหตุ เพื่อสามารถเข้าไปยับยั้งเหตุร้ายได้อย่างทันท่วงที 3.หากมีการก่อเหตุละเมิดกฎหมายต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด 4.”รวมกันตีให้แตก แยกแล้วค้น” หากพบเห็นมีการรวมกลุ่มให้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ 5.ผู้กำกับการหัวหน้าสถานีตำรวจ ต้องบูรณาการกำลังทุกฝ่ายในการป้องกันเหตุภายใต้แนวคิดที่ว่า ฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายสืบสวน ฝ่ายจราจร ต้องเป็นผู้เผชิญเหตุคนแรกให้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่เป็นวันแรกที่ภาพยนตร์ โฟร์คิงส์ภาค 2 จะเข้าฉาย ซึ่งเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับปัญหานักเรียนอาชีวะตีกัน ทำให้วันนี้ตำรวจทั้ง 88 สน.ต้องเปิดปฏิบัติการเฝ้าระวังเหตุ โดยกระจายกำลังไปตามจุดต่างๆ ในพื้นที่เสี่ยงทั้ง 182 จุด พื้นที่สำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ แยกปทุมวัน ตรงหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพราะมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่จัดฉายหนัง และใกล้กับที่ตั้งของ 2 โรงเรียนอาชีวะที่มีปัญหากัน นั่นคือ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยไล่ตี หรือทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้ง
ประกอบกับจุดนี้ใกล้สยามเซนเตอร์ซึ่งเป็นแหล่งรวมของวัยรุ่นมีการวางกำลังตำรวจอยู่ พบว่า มีตำรวจเดินกระจายอยู่ เพื่อเฝ้าระวังเหตุ ซึ่งตำรวจที่ยืนประจำการ จะมีโล่กำบัง และปืนยิงกระสุนยางด้วย โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นการเตรียมความพร้อม หากเกิดเหตุจะได้สามารถรับมือได้ ยืนยันจะไม่ใช้อุปกรณ์ หากไม่รุนแรงจริงๆ

