หน้าแรก ในประเทศ เปิดประชุมถกป...

เปิดประชุมถกปมระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขง ห่วงกระทบระบบนิเวศน์-เขตแดน

17.01.17 | 17:15 น.
วันที่ 17 มกราคม ที่ห้องประชุมขรราช โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย  เครือข่ายธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง-ล้านนา (กลุ่มรักษ์เชียงของ)นำโดยนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานเครือข่ายฯและภาคีความร่วมมือต่างๆได้จัดประชุมเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับชุมชนท้องถิ่นที่อยู่ในเขตริมฝั่งแม่น้ำโขงอำเภอเชียงแสน เชียงของและเวียงแก่น ตลอดจนองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง ถึงการบริหารจัดการแม่น้ำโขง ภายหลังปัจจุบันมีแผนจะสำรวจและดำเนินงานโครงการระเบิดเกาะแก่งแม่น้ำโขง ตามแผนความร่วมมือระหว่างประเทศจีน พม่า ลาว และไทย เพื่อใช้เป็นร่องน้ำในการเดินเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่จากจีนไปยังประเทศลาว
ในการประชุมนี้ได้เชิญนายสมชาย สุขมนัสขจรกุล รองอธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงถึงแผนการดำเนินการโครงการสำรวจร่องน้ำเพื่อการระเบิดเกาะแก่งของจีน ซึ่งทางคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้เห็นชอบในหลักการให้มีการสำรวจได้ พร้อมกับเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆในพื้นที่ทั้งวภาครัฐ เอกชน ประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรพัฒนาเอกชนได้แสดงความคิดเห็นและแสดงจุดยืนต่อเรื่องที่เกิดขึ้น หลังหลายฝ่ายได้แสดงความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และประชาชน รวมถึงด้านความมั่นคงเรื่องของเขตแดนไทยในอนาคต
นายนิวัฒน์ กล่าวว่าทางเครือข่ายมีความกังวลหลายอย่างที่เสนอต่อกรมเจ้าท่า โดยเฉพาะเรื่องของระบบนิเวศน์ที่เป็นห่วงมาตลอด การหายไปของปลาของนก อาชีพของชาวบ้าน หากมีการระเบิดจะลดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ลงไปการทำมาหากินก็ลำบาก ซึ่งความมั่นคงทางอาหารถือเป็นเรื่องใหญ่มากของคนท้องถิ่นในลุ่มน้ำโขง อีกประเด็นคือเรื่องของเขตแดนอธิปไตยที่จะต้องระมัดระวังและทบทวน แต่ที่สำคัญคือทางเราอยากเห็นสิ่งวที่เกิดขึ้นจากการระเบิดเกาะแก่ง 14-15 มกราคม ที่ผ่านมานี้มันเกิดอะไรขึ้น ใครได้ใครเสีย ประเทศจีนซึ่งเป็นฝ่ายขับเคลื่อนเรื่องนี้จะต้องมีการรายงานผลเหล่านี้ให้ทราบก่อนที่จะขับเคลื่อนเรื่องอื่นๆ ซึ่งถึงวันนี้การระเบิดเกาะแก่งคนท้องถิ่นเองก็ยังไม่เห็นด้วยเพราะคนท้องถิ่นไม่ได้อะไรเลยมีแต่เสียหายอย่างรุนแรง เพราะหากเกาะแก่งหายไปไม่สามารถเอากลับมาได้ แม้แต่การสร้างเขื่อนในประเทศจีนทางเรายังได้รับผลกระทบหากเอาเกาะแก่งในพื้นที่ออกไปจะมีผลกระทบแน่นอน หลังจากนี้ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ทางพื้นที่จะจัดให้มีการรณรงค์เพื่อแสงดเจตนารมณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งรูปแบบจะเป็นอย่างจะหารืออีกครั้งแต่เบื้องต้นอาจมีการออกแถลงการณ์และล่ารายชื่อเพื่อคัดไม่เห็นด้วยเพื่อให้หน่วยงานที่เก่ยวข้องได้รับทราบต่อไป
201701171607452-20021028190531
ด้านนายสมชายกล่าวว่าในการประชุมความร่วมมือระหว่างประเทศที่ประเทศเมียนมาในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทางกรมเจ้าท่าได้เน้นย้ำในเรื่องการสำรวจแม่น้ำโขงจะต้องไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ส่งผลต่อเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ การมาครั้งนี้นอกจากจะชี้แจงความคืบหน้าโครงการยังต้องการรับฟังความเห็นและข้อกังวลต่างๆจากทุกฝ่ายเพื่อเสนอให้ทางการจีนให้รับทราบ ซึ่งทางกรมเจ้าท่าก็ได้เร่งรัดให้ทางจีนจัดจ้างที่ปรึกษาให้เข้าไปทำการสำรวจร่วมเพื่อจะได้ให้มีการเสนอข้อกังวลต่างๆไปประกอบการศึกษาสำรวจโดยเสนอสถาบันการศึกษาและองค์กรที่รู้บริบทในท้องถิ่นให้ร่วมด้วย ส่วนการจะดำเนินการตอนไหนนั้นขณะนี้ทางการจีนกำลังอยู่ในกระบวนหารือกันอยู่
นายสมชายกล่าวด้วยว่าส่วนสาระของการสำรวจศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาในเรื่องของการปรับร่องน้ำซึ่งเป็นเรื่องของด้านวิศวกรรรมขณะเดียวกันก็มีการศึกษาในเรื่องของดีอีเอ เรื่องสิ่งแวดล้อมและเรื่องสังคมควบคู่กันไป ซึ่งทางไทยได้เพิ่งไปในเรื่องของการมีส่วนร่วมซึ่งทางการจีนก็เห็นชอบด้วย ซึ่งการสำรวจศึกษาก็คงไม่ไช่เป็นการสำรวจใหม่ทั้งหมดแต่เป็นการสำรวจโดยอาศัยการข้อมูลเดิมไปประกอบ ซึ่งทางไทยได้ตั้งคณะทำงานสำรวจไว้พร้อมแล้วซึ่งจะเข้าศึกษาอย่างเป็นทางการเพื่อเก็บข้อมูลภาคสนามเรื่องร่องน้ำคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนเมษายนแต่การศึกษาด้านผลกระทบจะยาวไปกัน โดยในปี 2561 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมก็จะนำเรื่องเหล่านี้เข้าไปหารือด้วยทั้งหมด