เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป. นำกำลัง กก.1 บก.ป. จับกุม นางสาววิภา (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาเป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์มีจำนวนวงแชร์รวมกันมากกว่าสามวง ได้ที่ริมถนนซอยรังสิต-นครนายก 31 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
สืบเนื่องจากผู้เสียหายจำนวนหลายราย ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการสืบสวนเท้าแชร์ชื่อ น.ส.วิภา หรือ “แม่ต๋อย” ที่อยู่ระหว่างการหลบหนีและไม่สามารถจับกุมตัวได้ จึงเเจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า น.ส.วิภา ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นแคดดี้ของสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ในพื่นที่ จ.ปทุมธานี ก่อนหน้านี้ได้ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งร่วมกับผู้เสียหายและเป็นที่รู้จักกับกลุ่มผู้เสียหายเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นที่ไว้วางใจของพนักงานบริษัทด้วยกัน ต่อมาได้ผันตัวเป็นเท้าแชร์ ได้เปิดกลุ่มไลน์ ชวนเพื่อนร่วมงาน หรือบุคคลรู้จักกันมานาน ให้ร่วมลงทุนเล่นวงแชร์กับตนโดยเริ่มต้นจากการเป็นเท้าเล่นแชร์แบบรายเดือน จนไม่สามารถหาเงินมาหมุนได้จึงใช้วิธีแบ่งการเล่นแชร์ออกเป็นวงแชร์แบบรายสัปดาห์ และรายเดือน โดยผู้ต้องหาจัดการและรวมเงินวงแชร์ หรือ เท้าแชร์ โดยมีการเปิดวงแชร์รวมกันกว่า 10 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีสมาชิกวงแชร์มากกว่า 30 คน ยอดแชร์กว่าวงละ 100,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท จึงได้หลงเชื่อร่วมเล่นวงแชร์กับผู้ต้องหา
ต่อมาผู้ต้องหา ไม่สามารถหมุนเงินมาจ่ายให้สมาชิกได้และได้ผ่อนผันมาตลอด กลุ่มผู้เสียหายจึงได้ทวงถามมาตลอด จึงทราบว่า การเปิดแชร์ของผู้ต้องหา มีการนำสมาชิกแชร์ที่ไม่มีตัวตนจริงเข้ามาร่วมเล่นวงแชร์และเมื่อถึงเวลาเปียแชร์ ผู้ต้องหาจะอ้างชื่อที่นำมาแอบแฝงในวงแชร์นั้น สามารถเปียแชร์ได้ และให้ดอกในราคาที่สูง
ต่อมาเมื่อขาดสภาพคล่อง ก็จะพยายามล้มหรือยกเลิกวงแชร์นั้น เมื่อผู้เสียหายทวงถามถึงเงินในวงแชร์ ผู้ต้องหาก็จะอ้างว่า ไม่สามารถเก็บเงินตามรายชื่อที่เปียแชร์ไปได้ และหลบหนีหายไป ทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนหลายราย จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายพื้นที่ และยังมีผู้เสียหายที่ยังไม่แจ้งความดำเนินคดีอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก ผู้ต้องหาได้ข่มขู่ว่า หากไปแจ้งความจะไม่คืนเงินให้ ทำให้เกรงว่าจะไม่ได้รับเงินคืน จึงไม่อยากดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมาผู้เสียหายทนพฤติกรรมการข่มขู่ที่ น.ส.วิภาให้สัญญาว่าจะคืนเงิน ทุกบาทไม่ไหว จึงได้รวมตัวไปแจ้งความกับ สภ.คลองหลวง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สืบทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปพักอาศัยหลังเก่าๆ เเห่งหนึ่ง ริมคลองรังสิต-นครนายก ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จุงได้ติดตาม และเฝ้าสังเกตการณ์ ในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งพบ น.ส.วิภา ยืนอยู่บริเวณริมถนนซอยรังสิต-นครนายก 31 จึงเข้าทำการจับกุมโดยทันที
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตัวมาดำเนินคดีแต่อย่างใด จึงนำตัวส่ง สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา



