เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้มีผู้ช่วยพยาบาลและพนักงานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์จำนวนกว่า 20 คน เข้าพบ พ.ต.ท.ชูชีพ พัศกุล รองผกก.(สอบสวน) สภ.หล่มสัก เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ขอความเป็นกรณีตกเป็นเหยื่อนายทุนเงินกู้ที่เป็นข้าราชการทำงานในสถานที่เดียวกัน ทวงถามหนี้สินและดอกเบี้ยเกินกว่าความเป็นจริง รวมทั้งหลังใช้หนี้แล้วไม่ยอมฉีกสัญญาทิ้ง
นอกจากนี้ยังใช้เอกสารอันเป็นเท็จ ขณะที่บางรายเป็นแค่ผู้ค้ำประกันและถูกฟ้องร้อง ล่าสุดต้องถูกบังคับคดีให้จ่ายเงินกู้หรือมีการใช้อำนาจศาลสั่งบังคับคดี โดยการอายัดเงินปันผลสหกรณ์ออมทรัพย์ไว้ ทำให้ทุกคนต่างได้รับความเดือดร้อน

นางอิษฎา พิมมาตร อายุ 48 ปี ผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลหล่มสักอ้างว่า เริ่มกู้ปี 2555 ยอดเงิน 30,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน มีลงลายมือชื่อผู้กู้และผู้ค้ำไว้แต่ไม่มีการกรอกรายละเอียดแต่อย่างใด หลังจากชำระหนี้สินก้อนนี้เสร็จสิ้นแล้ว จึงกู้ใหม่อีก 20,000 บาทภายใต้เงื่อนไขเดิม กระทั่งปี 2557 ถูกฟ้องร้องให้ชดใช้จึงนำเงินสดไปใช้หนี้ตามคำสั่งศาล แต่เนื่องจากไม่ได้มีการฉีกสัญญาทิ้ง รวมทั้งไม่ได้บันทึกหลักฐานการจ่ายเงินไว้ กระทั่งหลังสุดถูกฟ้องร้องอีกครั้งโดยแจ้งยอดหนี้ 60,000 บาท พร้อมยังถูกอายัดเงินปันผลสหกรณ์ออมทรัพย์ไว้ นอกจากนี้ยังถูกยึดจักรยานยนต์ไปอีก 1 คัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน
“คิดไม่ถึงคนทำงานที่เดียวกัน เป็นถึงข้าราชการระดับสูงจะทำได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะในสายงานก็ถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาอีกด้วย และไม่ใช่ดิฉันคนเดียวที่โดนกระทำลักษณะนี้ แต่ยังมีพนักงานเจ้าหน้าที่แทบจะหมดทั้งโรงพยาบาลกว่า 100 ชีวิตที่อยู่ตกเป็นเหยื่อนายทุนรายนี้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่กล้าออกจะออกมาเท่านั้น”นางอิษฎากล่าว
นายไพฑูรย์ ไพรเพชรศักดิ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ โรงพยาบาลหล่มสัก กล่าวว่า เมื่อปี 2556 กู้มา 25,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือน แฟนลงลายมือชื่อไว้ในสัญญากู้เงินและไม่มีการกรอกรายละเอียด จากนั้นทยอยชำระหนี้มาโดยตลอด กระทั่งเหลือยอดเงิน 1,600 บาท ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา จึงนำเงินไปเคลียร์หนี้สินทั้งหมด แต่นายทุนไม่ยอมพร้อมแจ้งว่าจ้างทนายไป 5,000 บาทช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง ต่อมาจึงได้รับโนติสจากทนายความให้นำเงินไปจ่าย 19,000 บาทภายใน 15 วัน จึงนำเรื่องไปหารือทนายความจึงได้รับคำแนะนำให้แจ้งความร้องทุกข์
“ก่อนหน้านี้มีเพื่อนร่วมงานบางรายถูกฟ้องร้อง จนต้องออกจากงานหรือบางรายก็หลบหนี ครอบครัวแตกแยกเพราะหย่ากับแฟน ในขณะบางรายกู้มา 1 ล้านบาท แต่ถูกฟ้อง 3 ล้านบาท คาดว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกว่า 100 คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ยอมรับว่าคาดไม่ถึงเพราะเป็นคนทำงานเดียวกัน” นายไพฑูรย์ กล่าว
ต่อมา พ.ต.ท.ชูชีพได้มีการแยกผู้เสียหายออกเป็นกลุ่มได้แก่ กลุ่มผู้กู้เงินและกลุ่มผู้ค้ำประกันเงินกู้ จากนั้นมอบให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำผู้เสียหายไว้ทั้งหมด เบื้องต้นยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหานายทุน ส่วนรายที่ถูกฟ้องอายัดเงินปันผลทางพนักงานสอบสวนเพียงบันทึกแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแนะนำให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลต่อไป

