วิกฤต ‘ภูมิอากาศเปลี่ยน’ กระทบต่อ ‘สิทธิเด็ก’ สภาพแวดล้อมแย่ ทำเด็กไทยเสี่ยงอันดับ 50

4.12.23 | 16:34 น.

วิกฤต ‘ภูมิอากาศเปลี่ยน’ กระทบต่อ ‘สิทธิเด็ก’ สภาพแวดล้อมแย่ ทำเด็กไทยเสี่ยงอันดับ 50

ปัจจุบันเด็กไทยร้อยละ 48.6 ยังคงเผชิญกับความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเลวร้ายลงเนื่องจากความท้าทายที่เกิดจากวิกฤตสิ่งแวดล้อม เด็กทั่วโลกมากกว่า 1.7 ล้านคนเสียชีวิตในแต่ละปีเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 9 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเด็กไทยอยู่ในอันดับที่ 50 จาก 163 ประเทศในแง่ของความเสี่ยงต่อสภาพภูมิอากาศ สิ่งนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการยอมรับผลกระทบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสิทธิเด็ก

เครือข่ายสิทธิเด็กแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยองค์กรสำคัญๆ อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยูนิเซฟ ประเทศไทย, มูลนิธิศุภนิมิต และสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนแคมเปญเพื่อสร้างความตระหนักรู้ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการกับวิกฤตสิทธิเด็กเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกันจัดงาน “Child Safe & Friendly Environment” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กและรับประกันความปลอดภัยของพวกเขาในการเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังเฉลิมฉลองอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและข้อคิดเห็นทั่วไป ฉบับที่ 26 (GC26) จากการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนจากทั่วโลก ได้ร่วมจัดทำขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างสิทธิเด็กกับสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

วาสนา เก้านพรัตน์ ประธานเครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทย กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ เหล่านี้ส่งผลทำให้คนที่อยู่แวดล้อมเด็ก ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ครู ชุมชน ไม่สามารถทำหน้าที่ในบทบาทของพวกเขาเพื่อการดูแลและปกป้องคุ้มครองเด็กได้ตามที่ควรจะเป็น นี่คือสิ่งที่เรากำลังบอกกับทุกคนว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือวิกฤตสิทธิเด็ก

Advertisement

คยอนซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ความคิดเห็นทั่วไปฉบับที่ 26 ว่าด้วยสิทธิเด็ก และสิ่งแวดล้อมนี้มีความสำคัญมาก เพราะชี้ให้เห็นว่าความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นกระทบต่อสิทธิของเด็กอย่างไร และรัฐบาลและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรต้องทำอย่างไรในการปกป้องสิทธิของเด็ก เพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้นในโลกที่ปลอดภัยและมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทั้งนี้ การออกแบบนโยบายและการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นจะต้องไม่ลืมเด็กและต้องคำนึงถึงหลักการเรื่องสิทธิเด็กเป็นสำคัญ”

ด้าน อิสราภรณ์ ดารัม กรรมการเครือข่ายสิทธิเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เด็กไม่ได้บอกให้เราดูแลเท่านั้น แต่เด็กบอกว่าเราที่เป็นผู้ใหญ่ต้องเพิ่มการปกป้องคุ้มครองเด็กๆ และส่งเสริมความยุติธรรมในสังคมให้กับเด็กๆ มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มนักกิจกรรมเด็กและสิ่งแวดล้อม

นับเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามในการรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านสิทธิเด็ก สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เด็กทุกคนจะเติบโตในโลกที่สวยงามและปลอดภัย