‘หมอธีระวัฒน์’ เผย อเมริกาทุ่ม 12 ล้านดอลล์ สร้างห้องแล็บทดลองค้างคาวติดเชื้อไวรัส 3 สายพันธุ์ คาดเปิดปฏิบัติการได้ปี 2025 ชี้คนไทยควรตระหนักรู้
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา วหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการสร้างแล็บทดลองค้างคาวติดเชื้อไวรัส ความว่า “สหรัฐ กำลังสร้างแล็บค้างคาวติดเชื้อไวรัส ทั้ง อีโบลา โควิด และนิปาห์”
ใช้ทุน 12 ล้านเหรียญ อนุมัติโดย นาย แอนโทนี เฟาซี ผ่านไปยัง Colorado state university (CSU) ร่วมกับ EcoHealth alliance นาย Peter Daszak ดำเนินการสร้างห้องปฏิบัติการขนาดพื้นที่ 14,000 ตารางฟุต (ใช้เงิน 6.7 ล้านเพรียญ) และร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จีน นำเข้าค้างคาวจากเอเชียทดลองเชื้อโควิด อีโบลา นิปาห์ โครงการได้เริ่มดำเนินการเดือนตุลาคม 2023 และจะปฏิบัติการได้ในปี 2025 เปิดเผยจาก จากกฎหมาย ความโปร่งใส ที่สามารถขอให้ หน่วยงาน เปิดเผยข้อมูล และเผยแพร่แล้ว วันทึ่ 10 พฤศจิกายน 2023
ทั้งนี้ ผู้ให้ทุนและผู้ดำเนินการ อ้างว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการหนึ่งเดียวในโลกที่สามารถนำค้างคาวจากเอเชีย (และทั้งโลก) มาเลี้ยงและออกลูกและจะทำการปล่อยเชื้อที่สำคัญคืออีโบล่า โควิดและเชื้อนิป้าห์ โดยจะทำให้สามารถเข้าใจว่าเชื้อไวรัสร้ายแรงเหล่านี้อยู่ในตัวค้างคาวได้อย่างไรและแพร่เชื้อไปมนุษย์ได้อย่างไร
ห้องปฏิบัติการนี้อยู่ใน Campus ของ CSU ใน Fort Collins ทางเหนือของ Denver ซึ่งอยู่ห่างไม่มากจากที่มีประชาชนอาศัยอยู่ราว 168,000 คน
ในเดือนกันยายน 2023 NIH ได้ประกาศยุติการให้ทุนสำหรับการหาไวรัสจากค้างคาวและสัตว์ป่าที่ให้ในและนอกประเทศ
แต่ขณะเดียวกัน ก็ได้วางแผนในแผ่นดิน สหรัฐเอง ในเรื่องดังกล่าว และกำลังได้รับการต่อต้านจากสมาชิกสภาของสหรัฐ
ดร.เทรซี่ โกลด์สไตน์ ผู้ที่เป็นคนขับเคลื่อนสำคัญของโครงการ deep VZN ของ USAID ในการหาไวรัสจากค้างคาว หลังจากที่ได้รับทราบว่าจะมีการยุติโครงการจากการที่มีการเปิดเผยข้อมูลของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน Post ได้ลาออกและรับตำแหน่งใหม่เป็นผู้อำนวยการของสถาบันone Health ของ CSU ในเดือน มิถุนายน 2023 และรับผิดชอบงานของห้องปฏิบัติการค้างคาวและเชื่อไวรัสต่อ
ในปี 2018 นายเฟาซี ได้นำไวรัสจาก สถาบันวิจัยไวรัส อู่ฮั่นมาติดเชื้อให้ค้างคาว ที่ได้มาจากสวนสัตว์แมรี่แลนด์ ในห้องปฏิบัติการที่รัฐ Montana ทั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหนึ่งปีก่อนหน้าการเกิดระบาดโควิด และรายงานว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโควิด แต่เป็นหลักฐานของการเชื่อมโยงการทำงานของสหรัฐกับสถาบันไวรัสอู่ฮั่นของประเทศจีน อีกชิ้นหนึ่งนอกเหนือจากที่มีการสืบสวนสอบสวนและเปิดเผยในสภาคองเกกรส และเอกสารต่อประชาชนทั่วไปในเดือนมกราคม 2023
จากการรายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ในวันที่ 10 เมษายน 2023 สหรัฐผ่านทางกระทรวงกลาโหม USAID DARPA DTRA NIH และ EcoHealth alliance ส่งเงินทุนให้ประเทศต่างๆในทุกทวีปของโลกในการเสาะแสวงหาไวรัสใหม่ๆ ที่ไม่รู้จักชื่อในค้างคาวและสัตว์ป่ารวมทั้งในเอเชียและประเทศไทยเอง ตลอดจนให้มีการส่งไวรัสเหล่านี้เพื่อไปตัดแต่งพันธุกรรมให้เข้ามนุษย์และก่อโรคได้ดียิ่งขึ้น
กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นมานานและในประเทศไทยเองด้วย ผ่านองค์กรต่างประเทศ ที่ ฝังตัวในประเทศไทย อย่างน้อย 33 ปี และปัจจุบันอยู่ในสถาบันหลัก มหาวิทยาลัยและโรงเรียนแพทย์ต่างๆทั้งด้านคนละสัตว์ ทั้งการรวบรวมตัวอย่างเชื้อที่ไม่ใช่เฉพาะแต่เชื้อไวรัสรวม แบคทีเรียและปาราสิต จนกระทั่งมีการตัดต่อตกแต่งพันธุกรรมโดยส่งให้ต่างประเทศในเครือข่าย
นี่เป็นสิ่งที่คนไทย ต้องมีความตระหนักรู้ว่าประเทศไทยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวพันและเมื่อเกิดความเสียหายในประเทศที่ไม่ใช่แต่ประเทศไทยอย่างเดียว เป็นที่ใดในโลกนี้และสืบค้นความเชื่อมโยง ประเทศไทยคงต้องรับผิดชอบ

