เปิดร่างระเบียบ ก.อ. แต่งตั้ง-โยกย้ายอัยการ ยึดเกณฑ์โปร่งใส เป็นธรรม

6.12.23 | 12:11 น.
เปิดร่างระเบียบ ก.อ. แต่งตั้ง-โยกย้ายอัยการ ยึดเกณฑ์โปร่งใส เป็นธรรม

หมายเหตุ – นายประยุทธ เพชรคุณ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.อ.) และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยรายละเอียดร่างระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการพ.ศ…. ที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ก.อ.เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยระเบียบจะมีผลบังคับใช้พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่วาระเดือนเมษายน 2567 ซึ่งเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานอัยการทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับต้นคืออัยการจังหวัด ผู้ช่วยถึงระดับอัยการจังหวัด อัยการผู้เชี่ยวชาญ และอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ


 

ประยุทธ เพชรคุณ
กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.อ.) และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

บทบาทของพนักงานอัยการในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา ไม่ว่าจะเป็นการตรวจพิจารณาสั่งสำนวนการสอบสวน ทั้งการสั่งฟ้องหรือการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา รวมถึงการดำเนินคดีในชั้นศาล ล้วนมีผลกระทบต่อเสรีภาพและส่วนได้เสียของผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในคดี ดังนั้น ความมีอิสระในการใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 248 ซึ่งบัญญัติรองรับหลักการดังกล่าวว่า “พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เที่ยงธรรมและปราศจากอคติทั้งปวง และไม่ให้ถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง” ดังนั้น การทำหน้าที่ของพนักงานอัยการดังกล่าวจึงต้องปราศจากการแทรกแซง ไม่ว่าจากฝ่ายใด แม้กระทั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารในองค์กรอัยการเอง

Advertisement

นอกจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าวแล้วหลักประกันความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของพนักงานอัยการอีกประการหนึ่งก็คือ การกำหนดให้มีคณะกรรมการอัยการ หรือ ก.อ. ไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 เพื่อให้ทำหน้าที่สำคัญในการบริหารงานบุคคลของสำนักงานอัยการสูงสุด

องค์ประกอบของคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการ ซึ่งพนักงานอัยการทั่วประเทศ (ชั้น 2 ขึ้นไป) เลือกจากบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการจำนวน 1 คน ให้เป็นประธาน ก.อ. มีอัยการสูงสุดเป็นรองประธาน ก.อ.โดยตำแหน่ง กำหนดให้รองอัยการสูงสุดที่มีอาวุโสลำดับที่ 1 ถึงลำดับที่ 5 เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง และให้อัยการทั่วประเทศ (ชั้น 2 ขึ้นไป) เลือกพนักงานอัยการตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไปอีก จำนวน 4 คน เลือกข้าราชการอัยการบำนาญอีก 2 คน และเลือกบุคคลภายนอกซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านงบประมาณหรือด้านการบริหารองค์กรอีก 2 คน รวมทั้งหมด 15 คน เป็นคณะกรรมการอัยการ

สำหรับคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญคือ การแต่งตั้งโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน ตลอดจนการพิจารณาดำเนินการด้านวินัยพนักงานอัยการ

ถ้าหากพิจารณากรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอัยการที่สำคัญประการหนึ่งก็คือการให้ ก.อ.มีอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานอัยการซึ่งในแต่ละปีจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายสองวาระคือ รอบวาระเดือนเมษายน จะเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายระดับอัยการจังหวัดผู้ช่วยขึ้นไป ถึงระดับอัยการจังหวัด อัยการผู้เชี่ยวชาญ และอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และอีกรอบเป็นวาระเดือนตุลาคมของทุกปี ซึ่งจะเป็นการแต่งตั้งตั้งแต่ระดับอัยการพิเศษฝ่าย รองอธิบดีอัยการ อธิบดีอัยการ ผู้ตรวจการอัยการ รองอัยการสูงสุด และอัยการสูงสุด

ที่ผ่านมาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการแต่ละรอบจะยึดเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 ซึ่งไม่มีระเบียบเป็นกรอบหรือรองรับแนวทางปฏิบัติ เช่น กรอบวาระการพ้นจากตำแหน่งอัยการจังหวัด หรือระยะเวลาการปฏิบัติราชการในแต่ละจังหวัด หรือระยะเวลาที่ ก.อ.จะต้องมีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย เป็นต้น ดังนั้น การผ่านร่างระเบียบนี้จึงนับเป็นมิติใหม่และบรรทัดฐานใหม่ที่สำคัญขององค์กรอัยการ เพราะยังไม่เคยมีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานอัยการแบบนี้มาก่อน เมื่อระเบียบนี้ใช้บังคับจะทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีเครื่องมือสำคัญในการบริหารงานบุคคลอย่างมีธรรมาภิบาล ชัดเจน มีบรรทัดฐาน และเป็นหลักประกันความเป็นธรรมให้กับอัยการทั้งมวล และสำคัญคือระเบียบนี้ยังเป็นนโยบายบริหารงานบุคคลที่สำคัญของนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน ในการแถลงนโยบายต่อพนักงานอัยการทั่วประเทศอีกด้วย

สาระสำคัญของระเบียบที่น่าสนใจคือการแต่งตั้งข้าราชการอัยการให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดในร่างระเบียบนี้ ได้ระบุให้สำนักงานคณะกรรมการอัยการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด เรียงลำดับอาวุโสไม่น้อยกว่าแปดรายชื่อ พร้อมเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบประวัติการรับราชการ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้น ส่งให้อัยการสูงสุดเสนอประธาน ก.อ. โดยประธาน ก.อ.จะเป็นผู้นำรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่มีการบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 ที่กำหนดให้ประธาน ก.อ.เป็นผู้เสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดให้ ก.อ.พิจารณาให้ความเห็นชอบ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดกรอบระยะเวลาการรับราชการในแต่ละจังหวัดของพนักงานอัยการ หรือการแต่งตั้งอธิบดีอัยการภาคระเบียบให้ ก.อ.พิจารณาความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบ ประวัติการปฏิบัติราชการ พฤติกรรมทางจริยธรรม วิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ ยิ่งกว่าลำดับอาวุโส นอกจากนี้ระเบียบยังกำหนดหลักเกณฑ์กลุ่มจังหวัดพิเศษ เช่น จังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานอธิบดีภาค ระเบียบให้ ก.อ.พิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งพนักงานอัยการที่มีความเหมาะสมไปดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัด โดยยึดหลักเกณฑ์ทำนองเดียวกันกับการพิจารณาให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการภาค เป็นต้น

นอกจากนี้ระเบียบนี้ยังวางหลักเกณฑ์การเลื่อนชั้นพนักงานอัยการโดยต้องยึดหลักอาวุโสเพื่อเป็นการยืนยันไม่ให้มีการเลื่อนชั้นข้ามคิวกันได้

มิติใหม่ที่สำคัญประการหนึ่ง ในร่างระเบียบคณะกรรมการอัยการฉบับนี้คือ การกำหนดให้มีอนุกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการโดยเรียกชื่อย่อว่า “อกก.” มีอัยการสูงสุดเป็นประธานอนุกรรมการ รองอัยการสูงสุดที่เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่งจำนวน 5 คน เป็นอนุกรรมการ และกำหนดให้อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการเป็นอนุกรรมการและเลขานุการของ อกก.

ก่อนมีการกำหนดให้มี อกก.ไว้ในร่างระเบียบฉบับนี้ เดิมการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายอัยการเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เพื่อพิจารณานั้น แนวทางปฏิบัติ สนง.อัยการสูงสุดจะจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายในรูปโต๊ะเล็ก โดยโต๊ะเล็กมีอัยการสูงสุดเป็นประธาน ส่วนองค์ประกอบที่ประชุมโต๊ะเล็ก บางครั้งจะมีเฉพาะรองอัยการสูงสุดที่เป็น ก.อ.โดยตำแหน่งเป็นคณะทำงาน แต่บางครั้งก็มีการขยายองค์ประกอบแตกต่างกันออกไป ดังนั้น เมื่อมีระเบียบนี้ออกมาบังคับใช้ก็จะเกิดความชัดเจนในเรื่ององค์ประกอบ อกก. ที่จะมาทำหน้าที่เป็นโต๊ะเล็ก และประการสำคัญในระเบียบใหม่ได้กำหนดไว้ชัดแจ้งว่าเมื่อโต๊ะเล็กประชุมจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายเสร็จ อกก.ต้องเปิดเผยบัญชีโยกย้ายเพื่อให้อัยการทั่วประเทศได้รับรู้และตรวจสอบได้ เป็นต้น

สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการอัยการให้ดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ตามร่าง ระเบียบกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการอัยการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด เรียงตามลำดับอาวุโสแทนตำแหน่งที่ว่างลงพร้อมข้อมูลความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบ ประวัติการปฏิบัติราชการ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้นส่งให้อัยการสูงสุดเสนอประธาน ก.อ.พิจารณาส่วนการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งให้ที่ประชุม ก.อ.พิจารณา

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งในร่างระเบียบดังกล่าวคือ การแต่งตั้งข้าราชการอัยการให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการอัยการ อธิบดีอัยการ รองอธิบดีอัยการอัยการพิเศษฝ่าย และอัยการจังหวัดร่างระเบียบจะนำหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 38 วรรคหนึ่งมาเป็นเกณฑ์กล่าวคือการแต่งตั้งข้าราชการอัยการเพื่อให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ดังกล่าว ร่างระเบียบกำหนดให้ ก.อ.คำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบ ประวัติการปฏิบัติราชการ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้น เทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการที่จะได้รับแต่งตั้ง เช่น ภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์การแก้ปัญหา การตัดสินใจ มนุษยสัมพันธ์ ความเอาใจใส่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการและประชาชน รวมทั้งประสบการณ์ในการทำงานของบุคคลนั้นเป็นหลัก

ทั้งหมดคือสาระสำคัญบางประการของร่างระเบียบดังกล่าว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเร็ววันนี้รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานอัยการทั่วประเทศในวาระเดือนเมษายน 2567 ที่จะถึงนี้ ต้องขอบคุณอัยการสูงสุด ประธานคณะกรรมการอัยการ กรรมการอัยการ รองอัยการสูงสุด ตลอดจนผู้บริหารของสำนักงานอัยการสูงสุดทุกท่านที่ร่วมกันผลักดันจนเกิดระเบียบฉบับนี้ขึ้นในสำนักงานอัยการสูงสุด

คณะกรรมการอัยการประกอบด้วย

นายเรวัตร จันทร์ประเสริฐ ประธานคณะกรรมการอัยการ นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ รองประธานคณะกรรมการอัยการ นายไพรัชพรสมบูรณ์ศิริ รองอัยการสูงสุด กรรมการอัยการ นายศักดา ช่วงรังษี รองอัยการสูงสุด กรรมการอัยการ นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด กรรมการอัยการ นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอัยการสูงสุด กรรมการอัยการ นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด กรรมการอัยการ นายยุทธนา สาโยชนกร กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ นายพงษ์ศักดิ์ แก้วกมลกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ

นายประยุทธ เพชรคุณ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ นายชวรัตน์ วงศ์ธนะบูรณ์ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ