สุดรันทด 2 พี่น้องวัยชรา ไม่รู้น้องชายเสียชีวิต นอนร่วมห้องหลายวัน ไร้สิทธิสวัสดิการรัฐ
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ห้องเช่าไม่มีเลข ที่ในซอยนนทบุรี 12 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี หลังจากได้รับแจ้งจากอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูว่า เมื่อช่วงเวลา 19.00 น. วันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา มีชายสูงอายุเสียชีวิตอยู่ในห้องเช่ามาแล้วหลายวัน จึงเข้ามาตรวจสอบสุดท้ายต้องมาทราบข้อมูลสุดรันทดว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตอยู่ด้วยกัน 3 คนพี่น้องเป็นผู้สูงอายุทั้งหมด
ที่ห้องแถว 2 ชั้นภายในห้องชั้นล่างพบ นางสาวนิด อายุ 72 ปีและนายณรงค์ อายุ 67 ปี 2 พี่น้อง นั่งอยู่ในห้องเช่า มีข้าวของเต็มไปหมดรวมถึงกลิ่นปัสสาวะเหม็นคลุ้งไปทั่ว ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเดินขึ้นไปดูชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดที่นายมาโนช อายุ 65 ปี น้องชายนอนเสียชีวิตอยู่ในมุ้งมานานประมาณ 4 วัน ซึ่งเป็นที่นอนของทั้ง 3 คนพี่น้อง นั้นหมายความว่า 2 พี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่นอนอยู่กับศพมานานถึง 4 วันถึงมารูัว่านายมาโนช เสียชีวิต

นางสาวกัลยา ไวยกูล อายุ 53 ปี คนดูแลห้องเช่า กล่าวว่า 3 พี่น้องก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่ เจ้าของห้องเช่าไปเห็นอยู่แถววัดค้างคาว ด้วยความสงสารจึงได้ให้มาอยู่อาศัยที่ห้องเช่าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้อยู่มานานประมาณ 30 ปีแล้ว แรกๆคุณยายนิด มีอาชีพเย็บผ้า มีรายได้เล็กๆน้อยๆ อยู่ไปวันๆ โดยการกินและรายได้ไม่ทราบว่ามีญาติหรือใครให้บ้างหรือไม่ แต่เห็นแกจะเดินออกไปซื้อกับข้าวพวกไข่ไก่มาทอดกินกันไปวันๆ ปัจจุบันทั้ง 3 ชีวิตไม่มีอาชีพ ส่วนการกินคุณยายนิด เป็นคนเดียวที่เดินออกไปตลาดเพื่อหาของกินมาให้น้อง 2 คน ซึ่งนายณรงค์ มีอาการสมองก็ไม่ค่อยดี ส่วนนายมาโนช ปกติดีทุกอย่างแต่ก็มาเสียชีวิตไปเสียก่อน
นางสาวกัลยา กล่าวว่า เพิ่งมาทราบภายหลังว่าทั้ง 3 คนพี่น้อง ไม่มีสิทธิสวัสดิการของรัฐใดๆเลย โดยทุกวันนี้ก็จะมีเพื่อนบ้านเอาของเอาอาหารมาให้แกกิน ซึ่งก็ไม่เคยพบเห็นมีญาติพี่น้องมาหา ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลโดยเฉพาะน้องชายไม่ค่อยปกติ กลัวจะมีอันตรายในภายหลัง

ขณะที่ นางสาวนิด ซึ่งมีอาการคล้ายเริ่มหลงลืมบางแล้ว กล่าวว่า ปกติที่นี่อยู่ด้วยกัน 3 คนครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 7 คน ตนเป็นคนที่ 3 นายณรงค์ เป็นคนที่ 4 ส่วนนายมาโนช ที่เสียชีวิตไปเป็นคนสุดท้อง ซึ่งผู้สื่อข่าวถามยายนิดว่าไม่รู้หรือว่านายมาโนช เสียชีวิตมาแล้วหลายวัน คุณยายกับตอบว่านายมาโนช เพิ่งเสียพอรู้ว่าเสียก็แจ้งชาวบ้านทันที ปกติตนทั้ง 3 คนจะขึ้นไปนอนชั้น 2 กันรุ่งเช้าก็จะลงมาชั้นล่าง ส่วนรายได้มาจากน้องชายอีกคนนำมาให้ครั้งละ 500 บาท ถ้าขอ ซึ่งไม่ได้ทุกเดือนปัจจุบันไม่มีรายได้หลักและทั้ง 3 คน ไม่มีเบี้ยยังชีพหรือสวัสดิการของรัฐ
นางสาวนิด กล่าวว่า การกินอยู่ทุกวันนี้ ก็ออกไปซื้อบ้างมีคนเอามาให้บ้าง ผู้สื่อข่าวยังถามว่าและมีเงินพอใช้หรือยายตอบกลับมาว่า พอไม่พอก็ต้องพอ ใช้อย่างประหยัดเอา เมื่อถามว่าคุณยายต้องการอะไรบ้าง คุณยายบอกว่าต้องการเงินเพื่อมาซื้ออาหารการกิน ส่วนถ้าจะให้ไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานเช่นบ้านพักคนชรา ถ้าต้องแยกกับน้องชายก็จะไม่ไป ขออยู่ตรงนี้ต่อไป และไม่ขอไปเผาศพน้องชาย เนื่องจากใจไม่ดี ไม่อยากเห็นเลยไม่ขอไปดีกว่า หลังจากนั้นทางกู้ภัยจึงให้คุณยายและน้องชายจุดธูปบอกกล่าวแทนการเดินทางไปเผาศพน้องชาย

นายยุทธศักดิ์ ภาสุรจิตมงคล อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู หนึ่งในทีมงานที่เข้ามาดำเนินการเรื่องต่างๆ และนำร่างนายมาโนช ผู้เสียชีวิตไปฌาปนกิจศพที่วัดโตนด อ.บางกรวยในวันนี้ กล่าวว่า หลังจากที่มาดำเนินการเผาศพและมีการพูดคุยถึงได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ มีความสงสารและเห็นใจตนเองและบรรดาเหล่าอาสาจึงรวบรวมเงินซื้อข้าวสารอาหารแห้งมามอบให้คุณยาย พร้อมกับทำความสะอาดที่อยู่ให้ใหม่ รวมไปถึงเรื่องการเผาศพทางเราก็รับดำเนินให้ด้วยเช่นกัน
ด้านนายพงษภัทร แสงพิทูร หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า วันนี้เรามาดูสภาพข้อเท็จจริงของคุณยายว่ามีเดือดร้อนเรื่องอะไร และมาให้กำลังใจคุณยายให้มีจิตใจเข้มแข็ง เบื้องต้นจะดูแลค่าจัดการศพตามประเพณี เป็นสวัสดิการที่คนดูแลอยู่สามารถจัดการในเรื่องเงินจัดการงานศพจำนวน 3,000 บาท ที่ทางพม.จังหวัดจะดูแล

นายพงษภัทร กล่าวว่า ในส่วนถัดไปคุณยายและน้องชายที่อยู่ด้วยกัน ที่เราได้ดูสภาพข้อเท็จจริงแล้ว น่าจะมีปัญหาด้านสุขภาพ เดี๋ยวเราจะนำตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เพื่อดูแลในเรื่องสุขภาพ ต่อจากนั้นเราจะดูแลในเรื่องที่อยู่อาศัย และดูแลเรื่องสิทธิ์สวัสดิการที่จะได้รับ เช่นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพคนพิการ หรือผู้สูงอายุในสภาวะยากลำบาก ซึ่งทางพม.จะมีเงินอุดหนุน รายการที่จะดูแลคุณยายได้ในเบื้องต้น
นายพงษภัทร กล่าวอีกว่า ส่วนที่ยายยังไม่ได้รับสวัสดิการอะไรเป็นเพราะที่อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเราดูจากบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน เดิมที่คุณยายอาศัยอยู่ที่นนทบุรี และย้ายออกไปอยู่ที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ตรงนี้น่าจะเป็นเหตุให้คุณยายไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ ซึ่งตรงนี้ทางพม.จังหวัดนนทบุรีจะไปดูข้อมูลเชิงลึกก่อนว่าเป็นอย่างไร แล้วเราจึงจะจัดการแก้ไขเพื่อให้คุณยายได้รับสิทธิ์ โดยช่วงนี้จะดูแลเรื่องสุขภาพของคุณยายก่อนและดูแลเรื่องที่อยู่อาศัย


