สภาทนายฯ แถลงช่วยกลุ่มผู้เสียหายถูกบริษัทเอกชนชวนลงทุนผ่านโซเชียลผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ปี62 ชู2ประเด็นข้อกฎหมายช่วยคดีกลุ่มผู้เสียหาย400กว่าคน พลาดร่วมปปง.ยื่นร้องศาลเเพ่งอายัดทรัพย์ผู้ต้องหากว่า 500 ล้าน
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ห้องประชุมชั้น 4 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายวิเชียร ชุปไธสง นายกสภาทนายความ นายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการฯ นายวีรศักดิ์ โชติวานิช รองเลขาธิการ กรรมการประชาสัมพันธ์ นายสงคราม สกุลพราหมณ์ อุปนายกฝ่ายบริหาร ร่วมแถลงกรณีที่นางอภันตรี เจริญศักดิ์และตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายหลายร้อยคน ยื่นร้องขอความช่วยเหลือกรณีถูกบริษัทเอกชนชักชวนด้วยการโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลมีเดียโดยใช้บุคคลมีชื่อเสียงให้ประชาชนลงทุนธุรกิจผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซื้อหุ้นและจ่ายเงินปันผลร้อยละ 5 ทุกสัปดาห์เป็นเวลา 50 สัปดาห์ ทำให้กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าว ต่อมา วันที่ 6 พ.ค.2563 ได้มีการปิดทุกระบบ ต่อมาจึงไปแจ้งความ แล้วทาง ป.ป.ง. ได้ยึดอายัดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ไว้ 500 ล้านบาท จากนั้นพนักงานอัยการ สำนักอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องบริษัทดังกล่าวทั้งสองกับพวกต่อศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.94/2564 คดีหมายเลขแดงที่ ฟ.56/2566 คดีหมายเลขดำที่ ฟ.100/2565คดีหมายเลขแดงที่ ฟ.57/2566 ได้พิพากษาตัดสินว่าเงินที่บริษัทดังกล่าวได้มามิชอบ จึงให้ผู้เสียหายที่ยื่นขอเฉลี่ยทรัพย์ 81 ล้านให้แก่ 299 ราย ที่ยื่นคำร้องทัน
นายวิเชียรกล่าวว่ากรณีดังกล่าวกลุ่มผู้เสียหายไปร้องขอความเป็นธรรมที่กระทรวงยุติธรรมซึ่งกลุ่มผู้เสียหาย ถูกอ้างว่าบริษัทเอกชน2 เเห่งชักชวนให้มีการลงทุนซื้อหุ้นโดยมีการจ่ายเงินปันผลตามอัตราที่ค่อนข้างสูงแต่ปรากฏว่าในชั้นส่วนคดีแพ่ง ปปง.ยื่นเรื่องถึงพนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลทำการไต่สวนและอายัดเงินของกลุ่มผู้ที่ถูกกล่าวหา และก็เปิดให้มีการให้ผู้เสียหายไปยื่นคำร้องขอรับเงินจากการที่ได้มีการอายัดเอาไว้โดยปปง.แต่ปรากฏว่ามีผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เข้ายื่นคำร้องในส่วนที่ศาลเเพ่งมีคำสั่งไปเเล้วในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้จึงมาร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานต่างๆ กระทรวงยุติธรรม เห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะและมีผู้เสียหายจำนวนมากจึงส่งเรื่องมายังสภสทนายความ ทางตนจึงเชิญผู้เสียหายกลุ่มดังกล่าว ซึ่งมีนางอภันตรี เป็นตัวแทนผู้เสียหายนำผู้เสียหายบางส่วน มาให้ข้อมูลกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นทั้งหมด ว่าผู้เสียหายเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรทางสภาทนายได้รวบรวมข้อมูล เพื่อจะมีการพิจารณาดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย วันนี้เราก็จะให้ทนายความอาสาสอบข้อเท็จจริงและให้ผู้เสียหายแจ้งความเสียหายพร้อมกับหลักฐานต่างๆว่าตัวแทนได้มีการโอนเงินไปยังบริษัทดังกล่าวหรือโอนเงินไปยังบัญชีของใครอย่างไรบ้าง ในส่วนของคดีอาญาก็ทราบว่าอยู่ในขั้นตอนพนักงานอัยการพิจารณาสั่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม
โดยคดีแพ่งที่อัยการยื่นคำร้องอายัดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินที่ศาลมีคำสั่งไปเเล้วจะถือว่าสิ้นสิทธิ์ในการที่จะขอรับเงิน เท่าที่ดูข้อกฎหมายเบื้องต้นคิดว่าช่องทางช่วยเหลือผู้เสียหายมีอยู่ 2 ช่องทาง ช่องทางที่ 1 ก็คือในคดีอาญาเมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้อง คดีฉ้อโกงประชาชน ผู้เสียหายจะสามารถที่จะยื่นคำร้องขอเป็นโจทย์ร่วมและยื่นคำร้องขอให้ทางจำเลยในคดีอาญาที่จะเกิดขึ้นชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทน วิธีการที่2 ทราบในเบื้องต้นว่าตอนนี้น่าจะมีผู้ต้องหา เพิ่มเติมน่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากที่ปรากฏอยู่ในสำนวนของคดีแพ่งที่ศาลแพ่ง ถ้ามีผู้ต้องหาเพิ่มเติมมันก็เข้าสู่กระบวนการ ที่ปปง.ก็อาจจะส่งเรื่องให้พนักงานอัยการทำการยื่นคำร้องขอให้มีการอายัดเงินอันนี้คือเราดำเนินการตาม พ.ร.บ.ปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งวันนี้เดี๋ยวหลังจากรวบรวมข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นเราจะมีการประชุมและประมวลสถานการณ์ว่าเราจะดำเนินการในแนวทางไหนตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่าในส่วนคดีอาญาทางสภาทนายจะช่วยเหลือหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ผู้เสียหาย ต้องการขอเข้าเป็นโจทย์ร่วมกับพนักงานอัยการหรือไม่ ถ้าต้องการที่จะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือในการที่จะขอยื่นคำร้องให้จำเลยในคดีดังกล่าวชดใช้ค่าสินใหม่ทดแทนก็สามารถที่จะทำได้ตรงนั้นก็ต้องหารือกันหาข้อสรุปกันอีกครั้งนึง เมื่อเรารับเป็นคดีช่วยเหลือแล้วก็เป็นหน้าที่ของทางสภาทนายในการที่จะจัดหาทนายเข้าไปช่วยเหลือทางคดีในชั้นศาลต่อไป
นายวิเชียร กล่าวตอบคำถามกรณีผู้ต้องหาจะเหลือเงินมาคืนผู้เสียหายหรือไม่ ว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำการสืบทรัพย์ต่อไป มันก็มีอีกช่องทางเช่นว่า ถ้าปรากฏว่ามีคนที่มาเกี่ยวข้องนอกเหนือที่จะปรากฏรายชื่อในคดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องที่ศาลแพ่งในครั้งเเรกไป ถ้ามีชื่อบุคคลอื่นปรากฏเพิ่มอีก เราก็จะยื่นคำร้องขออายัดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินโดยมีการเพิ่มเติมชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปอันนั้นก็เป็นโอกาสของทางผู้เสียหายในการที่จะขอรับเงินที่มีการอายัดเอาไว้ได้ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ เพราะผู้ต้องหาคนละคน ซึ่งเบื้องต้นตนคิดว่าว่าน่าจะมีผู้ต้องหานอกเหนือจากที่ปรากฏอยู่ในเอกสารของศาลแพ่ง
จริงๆแล้วเรื่องนี้การหลอกลงทุน ฉ้อโกงทางออนไลน์ เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติรัฐบาลต้องให้ความสำคัญในเชิงป้องกันแต่ในส่วนของตนทุกวันนี้เราก็มีการประสานงานกันกับหน่วยงานของทางภาครัฐว่าเราจะมีวิธีการที่จะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกหลอกได้อย่างไร เรื่องแรกที่อยากจะฝากก็คืออะไรก็แล้วแต่ ที่มีข้อเสนอโดยเงื่อนไขผลตอบแทนมันสูงเกินกว่าในอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเช่นหลอกให้เราไปลงทุนโดยจะมีค่าตอบแทนคิดเป็นร้อยละแล้ว 200 -300% โอกาสในการที่จะถูกหลอกลักษณะนี้เป็นไปได้สูง ก็จะเห็นแบบนี้อยู่เป็นระยะๆก็ต้องฝากพี่น้องประชาชนในกรณีที่ถูกชักชวนให้ลงทุนไม่ว่าจะลงทุนอะไรก็แล้วแต่มันไม่มีอะไรที่ลงทุนน้อยแล้วได้เงินเยอะเกินความคาดหมายแบบนี้มันเป็นไปได้อย่าไปหลงเชื่ออะไรง่ายๆ
ตนนี้ก็มีกาาปรึกษาการพัฒนาข้อกฎหมายที่สำคัญหาวิธีการในการที่จะป้องกันไม่ให้ประชาชนหลงเชื่อในลักษณะที่มันเกิดขึ้น เร็วๆนี้คาดว่ามีมาตรการรัฐออกมา ซึ่งตนได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลมา
ด้านนายสุนทร เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอบคุณ นายทวี สอดส่อง รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมที่เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนส่งเรื่องให้กับทางสภาทนายความ ซึ่งทางนายกสภาทนายก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งรมต.ยุติธรรม มีนโยบายในการที่จะเผยแพร่ความรู้ทางกฏหมายให้กับประชาชนทั่วประเทศ และปัจจุบันสภาทนายความก็ได้เผยแพร่ความรู้กฎหมายเพื่อให้ได้รับทราบเกี่ยวกับเรื่องของการรู้ไม่เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ หนือเรื่อง พ.ร.บ.อุ้มหายฯอยู่ในการระหว่างการเผยแพร่ให้ความรู้ ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เรื่องนี้มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกและรวดเร็วก็อยากที่จะให้จัดเป็นกลุ่มแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 10- 20 คนและให้มีหัวหน้ากลุ่มที่ช่วยรวบรวมพยานหลักฐานและสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น

นายวีรศักดิ์ รองโฆษกสภาทนายความ กล่าวเพิ่มเติมว่าเดิมคดีนี้ผู้เสียหายประมาณเกือบ 700 รายแต่ในการดำเนินคดีนี้แบ่งออกเป็น2 ส่วน ส่วนแรกก็คือคดีเรื่องเกี่ยวกับการฟอกเงินปปง. ซึ่งจะต้องไปยื่นฟ้องศาลแพ่งในเรื่องของคดีที่ศาลแพ่งนั้นปรากฏว่ามีผู้เสียหายอยู่ประมาณ 299 ราย ที่ยื่นบัญชีขอรับเฉลี่ยทรัพย์ จากเงินที่ปปง.ไปยึดไว้ทั้งก้อน ก็คือเงินที่ได้จากกระทำความผิดจากผู้เสียหาย700ราย ปปง.ไปยึด อายัดไว้แล้วก็มี การยึดทรัพย์เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดินมีผู้เสียหาย 299 ราย ไปยื่นขอความประสงค์เฉลี่ยมาแต่อีกประมาณเกือบ 400 รายไม่ทราบว่าจะต้องไปยื่น ก็เลยไม่ได้ไปยื่นในเวลาที่กำหนด ศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลชั้นต้นก็ได้มีคำพิพากษาว่าทรัพย์สินของบริษัทนี้ได้มาโดยไม่ชอบแต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้คัดค้านอยู่หลายรายซึ่งศาลฟังว่าเขามีเหตุที่ควรจะได้กันส่วนของเค้าออกมา2-3 ราย จำนวนไม่มากแต่เงินก้อนใหญ่ทั้งก้อนศาลให้ตกเป็นของแผ่นดินโดยให้ผู้เสียหาย 299 ราย มีสิทธิ์เข้าไปเฉลี่ยตามสัดส่วน สรุปว่าเงินทั้งก้อนแบ่งออกเป็น3 ส่วนส่วนแรกคือให้คืนผู้คัดค้านไปส่วนนึง แต่จำนวนไม่มาก ส่วนที่สองก็คือให้ผู้เสียหาย มีโอกาสที่จะเฉลี่ยออกมาตามสัดส่วนของความเสียหายและส่วนที่เหลือให้ตกเป็นของแผ่นดินนั้นคือคำพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งยังไม่ถึงที่สุดมันก็ยังต้องมีการอุทธรณ์ฎีกาอีก ตอนนี้เชื่อว่ายังมีผู้เสียหายยาวเป็นบัญชีประมาณ400 รายมูลค่าความเสียหาย 60 ล้านบาท
เมื่อถามว่า มีการอายัดทรัพย์ในส่วนเเรกจ่ายคืนผู้เสียหายเท่าไปเท่าใด น.ส.ปริมณ์ สาริยา ผอ.ส่วนคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่าโดยครั้งแรก ปปง.ได้อายัดทรัพย์ไว้ประมาณ 500 กว่าล้านบาท ผู้เสียหายที่เข้าสู่กระบวนการประมาณ 200 กว่าคน ซึ่งมูลค่าที่มีการถัวเฉลี่ยทรัพย์คืนในครั้งนั้นน่าจะประมาณ 81 ล้านบาท ก็จะมีเงินเหลืออยู่ประมาณ 400 กว่าล้านบาท ที่ถ้าไม่มีผู้เสียหายหรือเจ้าหนี้มาร้องขอตามกระบวนการทางกฎหมายก็ต้องตกเป็นของแผ่นดิน คดีนี้เดิม เคยมีบัตรสนเทห์มาถึงดีเอสไอ แต่เมื่อเรียกมาเพื่อจะสอบสวนกลับไม่ปรากฎมามีใครมาให้ข้อมูล ทางคดีในส่วนดีเอสไอจึงต้องปิดไป และส่งเรื่องไปทางตำรวจ ปอศ. ตอนนี้ไม่สามารถรับมาเป็นคดีพิเศษได้เพราะเป็นการทำสำนวนซ้อนกับตำรวจ ปอศ. อย่างไรก็ตามทางดีเอสไอมีไลน์บัญชีทางการ ซึ่งจะแบบคำถามประเมินเสี่ยงเกี่ยวกับธุรกิจว่าควรลงทุนไหมมีความเสี่ยงหรือไม่ ถือเป็นช่องทางที่ให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่
น.ส.ปริมณ์ สาริยา ผอ.ส่วนคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เคยมีบัตรสนเท่ห์มาถึงดีเอสไอ แต่เมื่อเรียกมาเพื่อจะสอบสวนกลับไม่ปรากฎมามีใครมาให้ข้อมูล ทางคดีในส่วนดีเอสไอจึงต้องปิดไป และส่งเรื่องไปทางตำรวจปอศ. ตอนนี้ไม่สามารถรับมาเป็นคดีพิเศษได้เพราะเป็นการทำสำนวนซ้อนกับตำรวจ ปอศ. อย่างไรก็ตามทางดีเอสไอมีไลน์บัญชีทางการ ซึ่งจะแบบคำถามประเมินเสี่ยงเกี่ยวกับธุรกิจว่าควรลงทุนไหมมีความเสี่ยงหรือไม่ ถือเป็นช่องทางที่ให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่

