นักโภชนาการ ชี้ เนื้อแดงกินได้ไม่ตาย แต่! ต้องมีความพอดี ป้องกันโรคไตจากยูริก

6.12.23 | 16:12 น.

ตามที่คณะผู้วิจัยจากสหรัฐอเมริการและจีน เผยแพร่ผลการศึกษาติดตามประชากรขนาดใหญ่เป็นเวลานานในต่างประเทศ ในรายงานวารสารทางด้านโภชนาการของยุโรป (European Journal of Nutrition) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 ระบุว่าการรับประทานเนื้อแดงที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งใดๆ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นของการเสียชีวิตที่เกิดจากโรคทางเส้นเลือดและโรคเส้นเลือดสมอง

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ดร.สง่า ดามาพงษ์ นักโภชนาการ ที่ปรึกษากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เนื้อแดงที่กล่าวถึงคือ เนื้อที่มาจากสัตว์ใหญ่ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ ส่วนเนื้อไก่หรือเนื้อปลาจะเป็นจำพวกเนื้อขาวซึ่งจะมีไขมันแทรกน้อยกว่าเนื้อแดง ซึ่งการทานเนื้อแดงที่ถูกต้องมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าโทษ เพราะเป็นแหล่งโปรตีน โดยวิธีทานเนื้อแดงที่ถูกต้อง คือ 1.ต้องปลุกสุกในทุกเมนู ห้ามทานเนื้อแดงดิบ 2.ทานเนื้อแดงให้พอเหมาะ สลับกับอาหารโปรตีนชนิดอื่นๆ ไม่ใช่ทานแต่เนื้อแดงอย่างเดียว ควรทานอาหารหลากหลาย 3.สิ่งสำคัญคือการทานเนื้อแดง จะต้องทานกับกับข้าวที่มีผัก มีผลไม้ด้วย และ 4.อย่าทานอาหารจากเนื้อแดงที่บ่อยและถี่จนเกินไป สัปดาห์หนึ่งควรทานอาหารจากเนื้อแดงไม่เกิน 3 วัน ที่เหลือให้ทานเป็นเมนูปลา ไก่ ไข่ นม เต้าหู้ โปรตีนจากพืช

“การทานเนื้อแดงที่เหมาะสมจะเป็นประโยชน์กับร่างกาย ทานให้พอดี ก็จะไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าทานมากเกินไปนั้น ก็จะเกิดปัญหาว่า เนื้อแดงจะมีไขมันแทรกอยู่เยอะ สิ่งเหล่านี้ก็จะไปอุดตันในเส้นเลือด ทำให้เกิดโรคทางเส้นเลือดได้ รวมถึงการทานเนื้อแดงปริมาณมาก จะทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดเพิ่มขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกาต์ ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง และกรดยูริกเป็นสิ่งที่ต้องถูกขับออกจากร่างกายโดยไต ฉะนั้นทานเนื้อแดงเยอะ ไตก็ทำงานเยอะ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไต ทำให้เกิดโรคไตเรื้อรังจากผลึกเกลือยูเรต หรือเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ แต่การกินเนื้อแดงแล้วตายเร็วนั้นคงไม่ใช่ แต่ก็ควรทานให้พอเหมาะพอสม ทานร่วมกันอาหารอื่นๆ” ดร.สง่ากล่าว