เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ที่ยืนยันว่าตัวเองเป็นแพะในคดีถูกกล่าวหาขับรถชนคนเสียชีวิต โดยศาลฎีกาตัดสินจำคุก3 ปี 2 เดือน และถูกจำคุกจริง 1 ปี 6 เดือน ว่าในวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์นี้ เป็นวันที่ศาลนัดสืบพยานในคดีของนางจอมทรัพย์ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมที่ดูแลเรื่องนี้จะนำพยานหลักฐานใหม่3ปากที่ได้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ สอดคล้องกับนางจอมทรัพย์เข้านำสืบพยาน พร้อมทั้งนำวัตถุพยานใหม่ที่ไม่เคยนำเสนอต่อศาลก่อนหน้านี้ไปด้วย ที่ผ่านมาในการกระบวนการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนั้น เราตรวจสอบความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานใหม่เหล่านี้แล้ว จึงมีความเชื่อมั่นว่าพยานหลักฐานใหม่ทั้งหมดจะทำให้ศาลสามารถกลับคำพิพากษาได้ แต่ในขณะนี้เราไม่สามารถเปิดเผยพยานหลักฐานได้ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล แต่เชื่อว่าจะสามารถเปลี่ยนคำพิพากษาศาลได้
“พยานหลักฐานใหม่นี้ เป็นทั้งวัตถุพยานและพยานบุคคล วัตถุพยานที่เราได้มานั้น ไม่เคยนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลในตอนแรกเลย และตอนนี้พยานมีความพร้อมที่จะเข้าเบิกความมากกว่า100เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่หยิบยื่นความยุติธรรมให้กับผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนสาเหตุที่เราตัดสินใจช่วยนางจอมทรัพย์นั้น เมื่อมีการร้องเรียนเข้ามายังกระทรวง และลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง จนพบพยานหลักฐานใหม่ที่เชื่อว่านางจอมทรัพย์เป็นแพะจริง” รองปลัด ยธ. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ศาลนัดสืบพยาน มีความมั่นใจมากแค่ไหน พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนและคณะทำงานในเรื่องคดีของนางจอมทรัพย์ ได้หารือร่วมกันแล้ว พร้อมทั้งในที่ประชุมยังได้มีการเฟซไทม์พูดคุยกับนางจอมทรัพย์ และพยานปากสำคัญอีกด้วย ทั้งหมดมีความมั่นใจ และเชื่อว่าจะสามารถทำให้ศาลรับพิจารณาในการรื้อฟื้นคดีใหม่ได้ ส่วนรายละเอียดของพยานหลักฐานนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนกรณีที่ทางตำรวจออกมาระบุถึงการพบขบวนการจ้างผู้กระทำผิดมารับโทษแทนในคดีนี้นั้น ในส่วนของของ ยธ. ไม่ขอแสดงความคิดเห็น กระทรวงมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้เสียหายและไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่เรื่องที่เราจะเข้ายุ่งกับความขัดแย้ง
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ต้องรอดูว่าศาลจะมีการพิจารณาอย่างไร หากนางจอมทรัพย์ตกเป็นแพะจริง ทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จะต้องเข้าไปดำเนินการเยียวยาต่อไป ส่วนกระบวนการหลังจากนั้น จะต้องไปดูว่าผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นใครบ้าง อย่างไรก็ตาม ต้องขอให้รอฟังการพิจารณาของศาลก่อน
ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ในส่วนของดีเอสไอนั้น เบื้องต้นวันนี้ได้รับหนังสือจากกระทรวงยุติธรรม(ยธ.) เกี่ยวกับการขอให้ดีเอสไอดำเนินการคุ้มครองพยานให้กับนางจอมทรัพย์ ตนสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการคุ้มครองพยานขึ้นมา เพื่อตรวจสอบและดูหลักเกณฑ์ต่างๆว่ากรณีของนางจอมทรัพย์จะเข้าตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองพยานหรือไม่ และเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ทางคณะกรรมการจะส่งเรื่องมายังตนต่อไป ทั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนปกติของดีเอสไอ ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้น ยังไม่สามารถตอบได้

