เสียงหนุน-ค้าน ปัดฝุ่นกระเช้าภูกระดึง

7.12.23 | 05:30 น.

เสียงหนุน-ค้าน ปัดฝุ่นกระเช้าภูกระดึง

การสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไป ภูกระดึง จ.เลย กลับมาเป็นกระแสให้ขบคิดกันอีกครั้ง หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ จ.หนองบัวลำภู อนุมัติในหลักการทั้งหมดของโครงการสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง ตามที่จังหวัดเลยได้มีการเสนอมา ขั้นตอนจากนี้จะต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ภายใต้การรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

นับเป็นการปัดฝุ่นโครงการนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ที่ประชุม ครม.ปี 2555 เห็นชอบในหลักการมาแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการอย่างใดต่อ

อรรถพล เจริญชันษา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่า โครงการสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง เป็นกระบวนการตัดสินใจในระดับนโยบายในรูปคณะกรรมการ จะต้องมีการพิจารณาผลกระทบในทุกๆ ด้าน และต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการคงต้องพิจารณาถึงพื้นที่ที่ต้องมีความพร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งด้านล่างและด้านบนภูกระดึงโดยให้กลมกลืนกับธรรมชาติและเกิดผลกระทบระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

กรมอุทยานฯเพิ่งอนุมัติให้คณะทำงานจากองค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เข้าไปสำรวจข้อมูลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตามหนังสืออนุญาตเพื่อการสำรวจ การศึกษา การวิจัย หรือทดลองทางวิชาการในอุทยานแห่งชาติ ลงวันที่ 30 พ.ย.2566 หนังสือระบุว่าอนุญาตให้ อพท.โดยมหาวิทยาลัยบูรพา มีผศ.ดร.เกรียงศักดิ์ พราหมณพันธุ์ อายุ 69 ปี เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมร่วมโครงการ 11 คน ประกอบด้วย

Advertisement

1.นายสามัคคี บุณยะวัฒน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2.นายปิยพงศ์ ทองดีนอก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3.นายสุกิจ ศิริกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา 4.นายบันดาล โตสาระเดช มหาวิทยาลัยขอนแก่น 5.นายอภิชาต พูลพล มหาวิทยาลัยขอนแก่น 6.นายอภิวัฒน์ ชำนาญเวช มหาวิทยาลัยขอนแก่น 7.นายนัฐพล จุ้ยทรัพย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 8.นายธรรมนูญ ภาคธูป สำนักงานพื้นที่พิเศษที่ 9 น.ส.จีระภา นามี สำนักงานพื้นที่พิเศษที่ 5 10.นายศราวิณฐ์ เหล่าสินชัย สำนักงานพื้นที่พิเศษที่ 5 และ 11.น.ส.สรญา เสนามนตรี สำนักงานพื้นที่พิเศษที่ 5

“คณะทำงานชุดนี้จะเข้าไปสำรวจและเก็บข้อมูลสภาพปัจจุบันของทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรสัตว์ป่าในอุทยานฯภูกระดึง ตามโครงการกิจกรรมทบทวนความเหมาะสมด้านวิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์และดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน ในโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จ.เลย ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.66-30 ก.ย.68” อรรถพลระบุ

แน่นอนว่าการผลักดันโครงการนี้ มีเสียงสะท้อนออกมา ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจากคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว วัลลภ ทาทอง ประธานสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย มองว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางนิเวศวิทยา ด้วยวิถีนักท่องเที่ยวที่จะมาภูกระดึง ความคาดหวังของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีจิตใจในด้านอนุรักษ์นักสิ่งแวดล้อม และนักท่องเที่ยวที่จะมา

ต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายพอสมควรถึงจะขึ้นได้ ทั้งในปัจจุบันและทั้งในอดีต ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในเชิงนิเวศ หากสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงเป็นการพัฒนาประเทศ ที่ต้องปรับไปตามนโยบายของรัฐบาล และการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาที่จะเทียบเท่ากับต่างประเทศ หรือจะเทียบเท่าประเทศอื่นที่มีการสร้างกระเช้าอยู่แล้ว อย่างประเทศจีน เวียดนาม ช่วยสร้างความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยว ผู้สูงอายุก็สามารถขึ้นไปชมธรรมชาติได้ ยังช่วยหมุนระบบเศรษฐกิจในตัวอำเภอ ตัวจังหวัดจะดีขึ้นเห็นผลได้อย่างชัดเจน

“หากมองระบบธรรมชาติ ระบบนิเวศของภูกระดึงในระบบโครงสร้างต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่แน่นอน เริ่มตั้งแต่การก่อสร้าง การทำฐานเสาของกระเช้า ธรรมชาติในจุดนั้นๆ ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร และไม่อาจจะฟื้นฟูกลับมาได้ และความเสี่ยงทางด้านสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงระบบของธรรมชาติ หากมีคนขึ้นจำนวนมากเกินความสามารถของธรรมชาติที่จะรองรับได้ ของเสียที่จะเกิดมากขึ้น และสิ่งที่ตามมาบนภู จะเกิดกิจกรรมของนักท่องเที่ยวมากขึ้นเช่นกัน ไปกินไปอยู่ไปใช้ ของเสียอาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะน้ำเสีย ขยะ บนภูกระดึงไม่เหมาะกับการบำบัดของเสีย บนภูกระดึงยังคงมีสัตว์ป่า ธรรมชาติจำนวนมาก เหล่านี้หากมีแล้วจะมีการจัดการยังไง

เมื่อมีกระเช้า สัตว์ป่าหลากหลายชนิดที่เคยอยู่จะปรับตัวอย่างไร เกิดสิ่งแปลกปลอมโผล่ขึ้นทั้งสายเคเบิล สายไฟ ตอม่อ เรื่องเหล่านี้ต้องศึกษารอบด้าน เมื่อระบบนิเวศธรรมชาติเปลี่ยนไป ทุกอย่างรอบข้างต้องปรับตัวหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นคนและสัตว์ เศรษฐกิจอาจจะดีขึ้นแต่ระบบนิเวศจะลดลง” วัลลภกล่าว

ฟากของนักท่องเที่ยวที่ชอบมนต์เสน่ห์ในการเดินขึ้นไปบนภูกระดึง อย่าง ธีรวัฒน์ สีหไตร นักท่องเที่ยวชาวหนองคาย สะท้อนว่า ปกติเวลามาท่องเที่ยวกับครอบครัว จะนำลูกๆ มาขึ้นภูกระดึงด้วย หากมีกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง มนต์เสน่ห์แบบนี้ที่พาครอบครัวเดินเท้า พูดคุยกันระหว่างทาง มากางเต็นท์ จะหายไป การเดินเท้าทำให้ได้ผจญภัยร่วมกับเด็กๆ ลูกๆ ได้บรรยากาศแบบเต็มที่ไม่เหมือนที่อุทยานอื่นๆ ที่ขับรถขึ้นไปได้ จะเป็นแค่ที่กางเต็นท์เฉยๆ ไม่ได้สัมผัสถึง อารมณ์ความรู้สึกที่จะได้ผจญภัย กับครอบครัวกับคนที่รัก เพื่อนฝูง แม้จะเหนื่อยหน่อย แต่ก็จะหายไปหากเมื่อนั่งพัก ประสบการณ์เหล่านี้หาซื้อไม่ได้ ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกับการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง แต่หากจะสร้างกันจริงๆ ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้าย

ขณะที่ ภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอภูกระดึง ในฐานะเจ้าของพื้นที่ กล่าวว่า กระเช้าขึ้นภูกระดึง คนภูกระดึงหวังและรอมานาน และมากถึงร้อยละ 99% เห็นด้วยกันทั้งอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นลูกหาบ ร้านค้าต่างๆ ใน อ.ภูกระดึง และบนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ลูกหาบส่วนใหญ่ก็มีอายุมากแล้ว เริ่มทำอาชีพลูกหาบไม่ไหว แต่ที่สำคัญนักท่องเที่ยวจำนวนลดลงทุกปี ปัญหาที่ตามมาก็คือ จะมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตทุกปี ส่วนใหญ่บริเวณซำแฮก หรือก่อนถึงบริเวณซำแฮกเกิดขึ้นทุกปี และเรื่องของคนเจ็บป่วยที่จะเอาลงมา

“ประกอบกับเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่ค่อยดี สินค้าทางการเกษตรตกต่ำ ประชาชนบางส่วนอพยพไปทำงานในกรุงเทพฯ คนอำเภอภูกระดึงอยากมีรายได้ จากการท่องเที่ยวฟื้นกลับมา ส่วนข้อกังวลสิ่งแวดล้อม เชื่อว่าคนภูกระดึงก็รักและห่วงแหนสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน อยากจะฝากถึง อพท. ที่จะทำผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือทำ EIA ขึ้นมา อยากให้ศึกษาและข้อเสนอถึงเรื่องการก่อสร้างเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในส่วนด้านล่างของอุทยานฯ ส่วนด้านบนให้คงอนุรักษ์ให้ เหมือนเดิม” ภูริวัจน์กล่าวทิ้งท้าย

นับจากนี้อีกราว 9 เดือนผลการศึกษาสิ่งแวดล้อมจะแล้วเสร็จตามกรอบเวลา จากนั้น ครม.จะต้องเคาะอีกครั้งว่าการสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึง จะเกิดขึ้นหรือไม่