ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจากทั่วสารทิศยังทยอยเดินทางมาต่อแถวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีอากาศร้อนและแดดแรงตลอดทั้งวัน ทั้งนี้สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบถวายสักการะตั้งแต่เวลา 04.50น. จากเวลาปกติเปิดเวลา 08.00 น.
นางสุวภัทร บุญปลูก อายุ 48 ปี นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ เทศบาลตำบลบ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับประชาชนจากต.บ้านบึง จำนวน 150 คน ด้วยรถโดยสาร 2 คัน เผยว่า ประชาชนทุกคนในต.บ้านบึงล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งรู้สึกรักและคิดถึงพระองค์ จึงได้เรียกร้องให้ทางเทศบาลจัดรถพาประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งครั้งนี้ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ทางเทศบาลได้จัด โดยเดินทางมาตั้งแต่เที่ยงคืน ถึงท้องสนามหลวง ประมาณ 3.00 น. นอกจากนี้เทศบาลเตรียมพาประชาชนมาเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้
“ในฐานะที่เป็นข้าราชการท้องถิ่น ทำงานด้านการพัฒนาสังคม และสังคมสงเคราะห์ จึงได้ยึดหลักการทรงงานของพระองค์เป็นหลัก โดยเฉพาะการทรงงานหนัก และการทำโดยไม่หวังผลประโยชน์อะไร การทำงานแบบปิดทองหลังพระ ซึ่งทุกครั้งที่ได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ทุกที่เห็นรอยยิ้มของบุคคลเหล่านั้นมีความสุข ก็จะมีความสุขตาม แม้ว่าจะไม่ได้รับสิ่งใดตอบแทนก็ตาม” นางสุวภัทร กล่าว
ด้าน น.สบุญเริ่ม คงเผ่าพันธ์ อายุ 73 ปี ชาวต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวว่าจะได้มากราบสักการะพระบรมศพ ก็ตื่นเต้นมาโดยตลอด ทำให้ตลอดเวลาที่เดินทางมายังพระบรมมหาราชวัง นอนไม่หลับเลย รวมทั้งยังต้องต่อคิวอีกหลายชั่วโมง แต่ก็ไม่เหนื่อยแต่อย่างใด ด้วยหัวใจที่ตั้งใจจะเข้าสักการะพระองค์จริงๆ เพราะในช่วงชีวิตที่ผ่านมาไม่มีโอกาสรับเสด็จพระองค์ การได้มาครั้งนี้นับเป็นความประทับใจครั้งหนึ่งของชีวิต
น.ส.ภัทรานิวงฐ์ คงเผ่าพงษ์ อายุ 57 ปี ชาวต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ตนใช้ชีวิตค่อนข้างโลดโผน ทำธุรกิจหลายอย่าง รวมทั้งเล่นหุ้น ซึ่งทุกครั้งก็จะคำนึงผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้งตลอด ไม่กลัวความเสี่ยง หวังเก็งกำไรระยะสั้นมาตลอด โดยไม่ได้คำนึงถึงพื้นฐานของธุรกิจของหุ้นตัวนั้นจริงๆ ว่าเป็นหุ้นพื้นฐานดีหรือไม่ บางครั้งก็ไปเล่นหุ้นปั่น ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก แต่เมื่อได้มาศึกษาถึงแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ ก็ทำให้ชีวิตของตนเปลี่ยนไป ทำให้เปลี่ยนจากนักเก็งกำไร เป็นนักลงทุนหุ้นพื้นฐานที่ดี ตามหลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ พอเพียง มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน ภายใต้การมีความรู้ และคุณธรรม ซึ่งวิธีการดำเนินชีวิตของตนก็เปลี่ยนไป หันมาสนใจคนรอบข้างมากขึ้น รวมทั้งกลับมาดูแลคุณแม่ นอกจากนี้ยังหันมาทำการเกษตรตามหลักการของพระองค์อีกด้วย โดยการปลูกผัก พริก มะเขือ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แถมยังมีแหล่งรายได้เสริมนอกจากการทำธุรกิจส่วนตัวอีกด้วย

น.ส.ชัญชนา แซ่ลิ่ม อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า เดินทางโดยรถบัสมากับคุณครูและเพื่อนร่วมชั้น รวม 45 คน มาถึงสนามหลวงประมาณเวลา 4.00 น. และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ เวลา 12.20 น. รู้สึกตื้นตันและดีใจมากที่ได้มา แม้จะรอนานก็ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อเลย แต่มีความสุขมากกว่า เพราะตนและเพื่อนๆ ก็ตั้งใจมาอยู่แล้ว ทุกคนไม่มีใครบ่นเลย ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาอีก แม้จะเกิดมาไม่ทันเห็นพระองค์ทรงงานตามที่ต่างๆ แต่ก็ได้ติดตามข่าวพระราชกรณียกิจจากทางโทรทัศน์และสื่อต่างๆ ทราบว่าพระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินไปที่วัดสืบสุข อ.สะเดา จ.สงขลา ทำให้รู้สึกประทับใจมากที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดที่ตนอาศัยอยู่ ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นพระองค์ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเรามีชีวิตที่ดีขึ้น พระองค์ทรงเป็นถึงพระมหากษัตริย์ แต่ยังต้องทรงงานหนัก
“หนูรักพระองค์มาก พระองค์จะสถิตอยู่ในใจตลอดไป หนูตั้งใจจะทำความดีเพื่อพระองค์ โดยจะช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่ทำได้ และจะเดินตามรอยพระยุคลบาท อย่างวันนี้หนูและเพื่อนๆ ได้ช่วยกันเป็นอาสาเก็บขยะบริเวณท้องสนามหลวง แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำเพื่อพระองค์” น.ส.ชัญชนากล่าว




