วันที่ 18 มกราคม 2560 เมื่อเวลา 14.30 น. นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีพัฒนาบึงสีไฟว่า หลังจากที่จังหวัดพิจิตร ไม่ได้รับงบประมาณจากสำนักงบประมาณจำนวน 500 กว่าล้าน เพื่อนำมาพัฒนาบึงสีไฟ เนื่องจากงบตัวนี้ได้ตกไปแล้ว แต่ตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป เพื่อพัฒนาบึงสีไฟให้สวยงาม ตามที่ในหลวงได้พระราชดำริเอาไว้
นายวีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ผมของบประมาณตรงนี้เข้ามา ก็เพื่อให้บึงสีไฟเกิดความสวยงาม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับของประเทศเอเซีย ไม่ได้เข้ามาเพื่อหวังกอบโกยงบประมาณแต่อย่างใด หลังจากที่ผมได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ผมเห็นสภาพบึงสีไฟย่ำแย่มาก ขาดการดูแล ไม่สวยงาม ที่เคยทำเอาไว้ก็ทำแบบเละเทะ ซึ่งตรงนี้ผมไม่อยากจะพูดถึงในเรื่องอดีตที่ผ่านมา ว่าเป็นเพราะอะไร ซึ่งเมื่อเข้ามา ผมคิดแต่แรกเลยว่า จะทำให้บึงสีไฟ เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามพระราชดำริ โดยการทำแก้มลิง เพื่อให้ธรรมชาติต่างๆกลับคืนมา
“ผมเข้ามาที่พิจิตร ผมไม่เคยทำให้คนพิจิตรแตกแยก ผมพยายามทำให้เกิดความรัก ความสามัคคีกัน ในเมื่อเหตุการณ์มันเป็นแบบนี้แล้ว ทางจังหวัดพิจิตรก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่สัญญาว่า ผมจะทำให้บึงสีไฟมีน้ำตลอด ไม่ปล่อยให้แห้งเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งผมรับปากว่าจะดูแลบึงสีไฟให้ดีที่สุด แม้ว่างบประมาณตัวนี้จะตกไป” นายวีระศักดิ์ กล่าว

ส่วนประชาชนชาวจังหวัดพิจิตร ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นกับโครงการพัฒนา บึงสีไฟจังหวัดพิจิตร โดยการชูป้าย ที่ เขียนข้อความ สนับสนุน ให้ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ดำเนินการพัฒนา เพื่อวันใหม่บึงสีไฟ ที่ประชาชนชาวพิจิตร ลง ผ่าน โซเซียล ทางเพจบ้านเราน่าอยู่ ทางเฟสบุ๊ค ที่มีประชาชน ที่อยู่เพจ กว่า 1 หมื่นคน ร่วมเพื่อสนับสนุนการทำงานของทางจังหวัดพิจิตร ในการของบประมาณ 517 ล้านบาท ใช้ในการพัฒนาปรับปรุงบึงสีไฟ เป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตามแนวพระราชดำริ พร้อมปรับปรุงบริเวณบ่อจระเข้ ศาลาเก้าเหลี่ยม โดยพัฒนาเป็นอควาเรี่ยม ซึ่งจะใช้ในการจัดแสดงจระเข้ และรวบรวมจระเข้สายพันธุ์ต่างๆทั่วโลก เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาจระเข้ พร้อมกับพัฒนาศาลาเก้าเหลี่ยมซึ่งเป็นสถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำให้มีความสวยงามและหลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงพัฒนาปรับภูมิทัศน์ทั้งหมดให้มีความสวยงาม ส่วนเฟสที่ 2 งบประมาณ 300 ล้านใช้ในการปรับปรุงโดยรอบบึงสีไฟ เพิ่มช่องทางจักรยาน ทางเดินเท้าสำหรับออกกำลังกาย โดยไม่กระทบกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาบึงสีไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างถาวร

นางสาว ธัณย์จิรา กฤษฎ์พิบูล ชาวอำเภอตะพานหิน ที่ได้ร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาบึงสีไฟ เนื่องจากบึงสีไฟ ที่มีสภาพเสื่อมโทรม แห้งแล้ง และ ต้องพัฒนาเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ และ เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญของเมืองพิจิตร ซึ่งอย่างเห็นการพัฒนา ไปตามแนวทาง จังหวัดพิจิตร ที่ทำเรื่องของบประมาณทำการปรับปรุง เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ และ เป็นแหล่งท่องเที่ยว ในอนาคต ซึ่งงบประมาณที่ทางจังหวัดพิจิตร ขอกับทางรัฐบาล กว่า 800 ล้านบาทนั้น อยากให้นำมาพัฒนาบึงสีไฟ ที่ประชาชนต่างเฝ้ารอ ถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

สำหรับบึงสีไฟเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ มีเนื้อที่กว่า 5,000 ไร่ ในระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมาประสบปัญหาทรุดโทรมเนื่องจากภัยธรรมชาติและขาดการดูแล โดยเฉพาะเมื่อปี 2558-59 เป็นปีที่บึงสีไฟประสบปัญหามากที่สุด พื้นที่ทั้ง 5,000 ไร่ แห้งขอดจนไม่มีน้ำส่งผลกระทบกับพันธุ์สัตว์น้ำ ระบบนิเวศน์ภายในบึงถูกทำลาย เกิดไฟป่าภายในบึงสีไฟ ศาลาเก้าเหลี่ยม ซึ่งเป็นสถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศาลาทรงไทย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบึงสีไฟต้องปิดการใช้งานเนื่องจากทรุดโทรดจนอาจเป็นอันตรายกับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพบึงสีไฟไม่ต่างกับพื้นที่รกร้าง การดำเนินโครงการพัฒนาบึงสีไฟอย่างเป็นระบบอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่เป็นความหวังของประชาชนในการฟื้นชีวิตบึงสีไฟเพื่อเป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป

