วันที่ 18 มกราคม ที่ จ.สุราษฎร์ธานี สภาพท้องฟ้าสว่างสลับเมฆฝนมืดครึ้มและมีฝนตกเล็กน้อย โดยแม่น้ำตาปีที่บริเวณหน้าวัดท่าข้าม เขตเทศบาลเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน ซึ่งเป็นจุดรวมลำน้ำสองสายระหว่างคลองพุมดวงและแม่น้ำตาปี มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรง โดยน้ำคลองพุมดวงจาก อ.คีรีรัฐนิคม มีลักษณะใสไหลปกติ ส่วนแม่น้ำตาปี ที่มาจาก อ.พระแสงและ อ.เคียนซา มีสีขุ่นและไหลแรงมาก
นายอนุวัตร์ รจิตานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองท่าข้าม กล่าวว่า ลักษณะกระแสน้ำดังกล่าวแสดงว่าน้ำท่วมตอนบนของแม่น้ำตาปีไหลผ่าน อ.พุนพิน แล้ว ส่วนคลองพุมดวงไม่มีฝนตกหนักที่ต้นน้ำ ซึ่งที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำตาปีมีน้ำท่วมสูง 50 ซ.ม.-1.50 เมตร ส่วนในเขตเทศบาล สูงประมาณ 30 ซ.ม.
“น้ำขึ้นสูงสุดวันที่ 14-17 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่จุดวัดของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือที่เกาะปราบ อ.กาญจนดิษฐ์ วัดได้ 2.90 เมตร และตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค.นี้น้ำลดลงเหลือประมาณ 1.80 เมตร คาดว่าแม่น้ำตาปีจะลดลงกว่านี้และมั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วมอย่างแน่นอน ถ้าไม่มีฝนตกหนักแบบช่วงต้นปีที่บริเวณแถบพื้นต้นน้ำ จ.ระนอง ,กระบี่และ จ.นครศรีธรรมราช”นายอนุวัตร์ กล่าว
ส่วนที่บริเวณใต้สะพานจุลจอมเกล้า 2 เขตเทศบาลเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน ชุดเฉพาะกิจผลักดันน้ำ กรมอู่ทหารเรือ ได้เร่งเครื่องสูบผลักดันน้ำทั้ง 16 เครื่องในช่วงน้ำไหลลงอย่างเต็มที่ โดย น.อ.ปรัชญา หนับเลาะ ชุดเฉพาะกิจผลักดันน้ำ กรมอู่ทหารเรือ กล่าวว่า ถือว่าการผลักดันน้ำได้ผล น้ำลดกว่าที่ผ่านมามาก ซึ่งดูสภาพฟ้าโปร่งใสไม่มีน้ำฝนลงมาเติมจะได้ผลดีขึ้นคาดว่าไม่เกิน 3 สัปดาห์จะลดปกติ ได้สังเกตแม่น้ำตาปีไหลค่อนข้างแรงมาก จึงได้เร่งระบายตามกระแสน้ำให้เร็วยิ่งขึ้น ประกอบกับน้ำทะเลหนุนน้อยกว่า 2-3 วันที่แล้วทำให้ผลักดันน้ำทั้ง 6 เครื่องเร่งความเร็วน้ำได้มาก
ขณะที่ นายวีระ เพ็งทอง ผอ.โครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจากกรมชลประทาน จำนวน 10 เครื่องเพิ่มอีก 1 จุดที่สะพานคลองศรีวิชัย รอยต่อเขต อบต.บางโพธิ์ อ.เมืองสุราษฎร์ธานีกับ ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน เพื่อรับมวลน้ำแม่น้ำตาปีจากเครื่องผลักดันน้ำจุดที่ 3 คลองพุนพิน ดันออกสู่ทะเลระยะทาง 3 ก.ม.เร็วที่สุด โดยรมกับของกองทัพเรือมีจุดผลักดันน้ำรวมแล้ว 4 จุด

ส่วนที่วัดสุวรรณโกฏิ หมู่ 3 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน น.ท.วรรณะ ซอสูงเนิน หน.แผนกกิจการพลเรือน กองบังคับการกองบิน 7 นำกำลังไปมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อนหลังจากได้รับแจ้งจากพระอาจารย์สมหมาย อัคธรรมโม เจ้าอาวาส ว่าในวัดมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 30-50 ซ.ม.พระภิกษุ 4 รูปอยู่ด้วยความยากลำบากออกบิณฑบาตรไม่ได้ โดยอาศัยฉันข้าวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและปลากระป๋อง
พระอาจารย์สมหมายกล่าวว่า แม่น้ำตาปีท่วมชุมชนและท่วมขังในวัดนานร่วม 6 วันจนออกบิณฑบาตไม่ได้ และชาวบ้านต่างได้รับความเดือดร้อน จึงได้ส่งแม่ชีสูงอายุ 4 คนกลับไปอยู่บ้านญาติ และมีสุนัข14 ตัว แมว 7 ตัวและที่มีคนนำมาปล่อยเพิ่มอีก 5 ตัวอยู่ด้วยความลำบาก ส่วนสิ่งของนำมาแจกได้เก็บสำรองไว้ให้ชาวบ้าน มีความต้องการน้ำสะอาดไว้สำหรับชำระล้าง เนื่องจากระบบประปาขาดรวมทั้งอาหารสุนัข แมว และหญ้าของวัวที่วัดเลี้ยงจากมีผู้ไถ่ชีวิตไว้ก่อนนี้

“นอกจากนี้โรงเรียนวัดสุวรรณโกฏิ ยังถูกน้ำท่วมขังสูงต้องปิดการเรียนการสอน เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำตาปีสูงกว่าคลองพุมดวง ทำให้มวลน้ำไหลเทลงคลองพุมดวง ท่วมในชุมชนทั้งหมด” พระอาจารย์สมหมายกล่าว

