หนุ่มอินฟลูเอนเซอร์ร้องถูก 2 วัยรุ่นรุมทำร้าย หน้าเหวอะ ถูกขวดปากฉลามฟันเข้าที่หน้า เย็บ 20 เข็ม
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 ธันวาคม นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ลงพื้นที่มาดูจุดเกิดเหตุในซอยช่างอากาศอุทิศ 6 ดอนเมือง และเข้าดูอาการ นายกิตติศักดิ์ อายุ 24 ปี ผู้เสียหาย พร้อมระบุว่า ที่ต้องลงมาพื้นที่วันนี้ได้รับการประสานงานจากทีมงานเพจคนรักดอนเมืองว่ามีคนถูกรุมทำร้าย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ซึ่งผู้ที่มาทำร้ายร่างกายไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย
นายเอกภพกล่าวว่า จากข้อมูลทราบว่าเป็นคนขับวินมอเตอร์ไซค์อยู่ในพื้นที่มานั่งดื่มเหล้าจนเมาแล้วเรียกผู้เสียหาย ซึ่งตอนนั้นผู้เสียหายจอดรถอยู่ ผู้ก่อเหตุจึงเดินเข้าไปพูดคุยแล้วใช้ขวดตีหัว พอขวดแตกก็หยิบมาฟันที่หน้าผู้เสียหายจนเลือดอาบ เย็บ 20 เข็ม หลังจากนี้จะมีการประสานไปยัง สน.ดอนเมืองเพื่อสอบถามความคืบหน้า รวมถึงจะพาผู้เสียหายไปยื่นขอรับเงินเยียวยา และขอคุ้มครองพยานที่กระทรวงยุติธรรม เนื่อจากผู้ก่อเหตุมีพฤติการข่มขู่จนผู้เสียหายต้องย้ายที่อยู่
นายเอกภพกล่าวด้วยว่า ที่สำคัญตัวผู้เสียหายเองเป็นอินฟลูเอนเซอร์ทำ Tiktok รีวิวขายสินค้า ส่วนนี้ทำให้การประกอบอาชีพก็ไม่สะดวกเพราะต้องใช้หน้าตาในการประกอบอาชีพ ต้องมาดูว่าใครพอจะช่วยดูในเรื่องของการทำศัลยกรรม หรือทำให้บาดแผลหายได้เร็วขึ้น รวมถึงฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องคดีอาจจะเข้าข่ายพยายามฆ่าหรือไม่ เพราะเอาขวดตีไม่ยังพอ ขวดแตกก็ยังหยิบมาฟันหน้าอีก
นายกิตติศักดิ์เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง วันที่ 7 ธันวาที่ผ่านมา ตนกำลังจะไปซื้อของกับแฟน ซึ่งหอพักอยู่ตรงกับจุดที่ผู้ก่อเหตุนั่งดื่มเหล้าอยู่พอดี ทำให้เวลาเราออกมาจากหอพักก็จะเห็น ตอนที่ออกมาจากหอพักตนได้ยินเสียง “เฮ้ย” ตอนนั้นคิดว่าเป็นรุ่นพี่ที่อยู่ในละแวกนั้นเรียกเลยจอดรถ จังหวะเดียวกันผู้ก่อเหตุที่รูปร่างใหญ่ได้เดินเข้ามาหาแล้วมาถามว่าจอดรถทำไม ตอนนั้นตนเองกล่าวว่า “เปล่า ผมไม่ได้มีอะไร ผมคิดว่าเป็นรุ่นพี่เรียก” ตอนนั้นเหมือนไม่มีอะไร แต่ผู้ก่อเหตุก็มองหน้า รวมถึงทำท่าทางจะทำร้ายแฟนที่นั่งซ้อนท้ายอยู่

นายกิตติศักดิ์กล่าวอีกว่า ตอนนั้นผู้ก่อเหตุอยู่ในสภาพเมาสุรา แล้วต่อยมา 1 ครั้ง ตนยังบอกว่าตนได้ทำอะไรแล้วมาต่อยทำไม จังหวะนั้นผู้ก่อเหตุตัวเล็กได้เดินเข้ามาเหมือนจะมาขอโทษ แต่กลับควักขวดปามาแต่ไม่โดน ขวดเลยตกแตก แล้วใช้ขวดตีที่หัว 3 ครั้ง จากนั้นหยิบขวดที่แตกมาฟันหน้า ตนเองพยายามเรียกพี่ที่อาศัยอยู่อพาร์ตเมนต์เดียวกันแต่ก็ไม่ได้ยิน จนมีชาวบ้านละแวกนี้ได้ยินเสียงออกมาช่วย
นายกิตติศักดิ์กล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความที่ สน.ดอนเมือง แต่ยังไม่มีใครเข้ามาพูดคุย หรือเจรจาแต่อย่างใด รวมถึงตอนนี้ตนต้องย้ายออกจากหอ เนื่องจากญาติมองว่าหากอยู่ตรงนี้อาจไม่ได้รับความปลอดภัย ประกอบกับไม่รู้ว่าจะเจอผู้ก่อเหตุอีกเมื่อไหร่ เนื่องจากหอพักกับจุดเกิดเหตุเป็นจุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมอง
“ตอนนี้อยากให้เอาโต๊ะที่อยู่ตรงนี้ออกไปเพื่อไม่ให้มีใครมานั่งกินเหล้า และเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านแถวนี้ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ต้องเอากระเช้ามาให้ ผมไม่ชอบรับกระเช้า” นายกิตติศักดิ์ระบุ
ด้านนายชัยพร ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกลับมาจากที่ทำงาน เห็นผู้ก่อเหตุมานั่งดื่มเบียร์อยู่ที่โต๊ะหิน ซึ่งก็ไม่ได้เห็นมาบ่อย ส่วนตัวไม่ได้รู้จัก เพราะไม่ใช่คนแถวนี้ เวลาประมาณ 2 ทุ่มตอนกำลังจะนอนได้ยินเสียงผู้ก่อเหตุแซวรถที่ขับผ่านไปมา ทีแรกกะจะออกไปว่า แต่แฟนห้ามไม่ให้ออกไป จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงแซวอีก ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นผู้บาดเจ็บ แต่เสียงดังผิดปกติเลยเปิดประตูออกมาดู ก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ที่ผ่านมาเห็นผู้บาดเจ็บขี่รถออกไปไหนมาไหนตามปกติ ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ส่วนผู้ก่อเหตุส่วนตัวไม่รู้จัก ไม่เคยคุยด้วย
รายงานว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนคือ นายนิรันดร์ และ นายวันเฉลิม เดินทางเข้ามอบตัวกับฝ่ายปราบปราม สน.ดอนเมือง เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำและรอผลแพทย์เพื่อแจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป

