ปลัดแรงงาน สั่งการ ประกันสังคมจังหวัดลงพื้นที่ รณรงค์ให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิเลือกตั้ง

11.12.23 | 16:16 น.

จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 12 ธค. ปลัดกระทรวงแรงงานเผยสั่งการให้ประกันสังคมจังหวัดลงพื้นที่รณรงค์ให้ผู้ประกันตนใช้สิทธิ-ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เปิดตัวถึงสาเหตุลงสมัคร

 

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม รศ.ดร.นภาพร อติวานิชพงษ์ นักวิชาการวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ธันวาคม 2566  จะจัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการ(บอร์ด)ประกันสังคมขึ้นที่ห้องประชุมประภาศน์ อวยชัย อาคารเอนกประสงค์ 1 ชั้น 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

“เราจะเชิญผู้ประกันตนทั้ง 3 มาตราคือ 33 ,39 และ 40 มาร่วมสะท้อนปัญหา และมีผู้แทนเครือข่ายแรงงานข้ามชาติมาร่วมด้วย ส่วนนักวิชาการจะเชิญจากสถาบันปรีดี พนมยงค์ มาร่วมนำเสนอที่ทางผู้ประกันตนต้องการเห็นการปฏิรูปประกันสังคม ส่วนตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้งมีทั้งหมด  8 ทีม และผู้สมัครอิสระโดดเด่น 1 ท่าน “ รศ.ดร.นภาพร กล่าว

นักวิชาการจากวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กล่าวอีกว่า การจัดเวทีรับฟังวิสัยทัศน์ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมวันที่ 12 ธันวาคม 2566 นี้ จะช่วยกระตุ้นสร้างบรรยากาศให้ผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ 8 แสนกว่าคน อยากไปเลือกตั้ง

Advertisement

“ความสำคัญในการที่ผู้ประกันตนควรจะออกมาเลือกตั้งก็คือว่ากองทุนประกันสังคมมันเกี่ยวข้องกับเราโดยตรงเพราะเราต้องจ่ายเงินสมทบทุกเดือน คณะกรรมการที่เลือกไปตรงนี้ก็เหมือนคนที่จะไปช่วยรักษาดูแลสิทธิประโยชน์ให้กับเราในกองทุนที่มีเงินกว่า 1 ล้านล้านบาท เงินเยอะก็ต้องมีคนมาดูแลซึ่งที่ผ่านมาคนที่เข้ามาเป็นบอร์ดประกันสังคมไม่ได้มาจากผู้ประกันตน ทำให้มีปัญหาเยอะ เสนอกันมานานแล้วว่าผู้ที่จะเข้ามาบริหารกองทุนต้องอิสระ รัฐบาลก็เคยเอาเงินกองทุนไปใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ บางช่วงในอดีตเอาไปรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดหรือซื้อเสื้อมาแจกแรงงานซึ่งมันไม่ใช่วัตถุประสงค์ของกองทุนประกันสังคม” รศ.ดร.นภาพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาบอร์ดประกันสังคมอาจไม่มีหน้าที่ในการอนุมัติหรือนำนโยบายประกันสังคมไปเสนอ เป็นเพียงคณะกรรมการที่ให้ความเห็นในวาระการประชุม รศ.ดร.นภาพร กล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงนั่นคือสิ่งที่บอร์ดประกันสังคมจากการเลือกตั้งของผู้ประกันตนต้องเข้าไปปฏิรูประบบการบริหารงานประกันสังคม

“มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่เข้าไปด้วย มีเสียงว่าแค่ตัวแทนลูกจ้างไม่ได้ทำตัวเป็นผู้แทนลูกจ้างจริงๆ บางทีเหมือนไปร่วมมือกับตัวแทนรัฐบาลในการพิจารณาตัดสินต่างๆ องค์กรแรงงานที่เคลื่อนไหวเขารายงานมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ คนที่เข้าไปแล้วทำหน้าที่แทนแรงงานจริงๆคิดว่ามันจะต้องเปลี่ยนไป ที่เขาเสนอให้ปฏิรูประบบประกันสังคม ให้มีความอิสระ เคยมีการทำวิจัยมาแล้ว สิ่งเหล่านี้ต้องทำกัน” รศ.ดร.นภาพร กล่าว

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงานในฐานะประธานบอร์ดประกันสังคม กล่าวว่าถึงแผนในการรณรงค์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมว่า ได้มีการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกันตนไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้ได้มากที่สุดที่สำคัญคือสั่งการให้ประกันสังคมจังหวัดและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รณรงค์เพราะมีข้อมูลแล้วว่ามีผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิอยู่ในพื้นที่ไหนบ้างจึงได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ติดตามไปที่กลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ไปเลือกตั้งในวันที่ 24 ธันวาคมนี้

“การออกสื่อมีความสำคัญมาก เราจึงต้องใช้สื่อโซเชียลให้เป็นประโยชน์ เช่น ติ๊กต็อก นอกจากนี้ต้องมีการให้ข้อมูลไปยังกลุ่มไลน์ผู้ประกันตนในแต่ละจังหวัดโดยประสานกับนายจ้าง เมื่อลงทะเบียนกันไหว้แล้วก็อยากให้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง”นายไพโรจน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าสำนักงานประกันสังคมจะมีการจัดเวทีให้ผู้สมัครมาแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ ประธานบอร์ดประกันสังคมกล่าวว่า ปลัดกระทรวงแรงงานกล่าวว่า จริงๆผู้สมัครสามารถแสดงวิสัยทัศน์ผ่านสื่อโซเชียลได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามจะแจ้งไปยังเลขาธิการสปส.ให้หาเวทีเพื่อให้ผู้รับสมัครเลือกตั้งได้แสดงวิสัยทัศน์

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผู้ประกันตนซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)เพราะถูกตัดสินในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมและกสม.ได้ส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาโดยนายกฯได้แจ้งมายังกระทรวงแรงงาน ไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไร นายไพโรจน์กล่าวว่า ได้รับเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยในระเบียบไม่เปิดโอกาสให้แรงงานข้ามชาติได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ดังนั้นจึงต้องมีการแก้ไขกฎหมายซึ่งคงไม่ทันการเลือกตั้งครั้งนี้ และหลังวันที่ 24 ธันวาคม ต้องมีการหารือเรื่องนี้กันใหม่

ด้านนายกีรติ โกสีย์เจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมหมายเลข 113 ให้สัมภาษณ์ว่ กองทุนประกันสังคมมีจำนวนมากกว่า 2 ล้านล้านบาท แต่ตารางรายจ่ายกับรายได้ที่รับมาไม่สัมพันธ์กัน และมีความเสี่ยงที่กองทุนจะขาดสภาพคล่องในเวลาไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า

“ผมเป็นผู้ประกันตนที่จะไปเลือกตั้ง แล้วเห็นว่าไม่มีใครที่น่าสนใจเลย ยิ่งนโยบายที่บอกว่าจะเพิ่มกำไรให้กองทุนมันดูดี เหมือนขนมที่หวานมากๆคนชอบทานแต่ไม่รู้ว่าดีต่อสุขภาพหรือเปล่า เลยคิดว่าอยากจะนำเสนอตัวเองเป็นอีกหนึ่งทางเลือก การเพิ่มสวัสดิการเพียงอย่างเดียวผมคิดว่ามันจะมีความเสี่ยงให้กับผู้ประกันตนได้ เลยอาสามาลงสมัคร” นายกีรติ กล่าว

“เมื่อคนอายุมากขึ้นกองทุนต้องจ่ายสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมอาจจะไม่ทัน กองทุนประกันสังคมตอนนี้มีความเสี่ยงเพิ่มกับสภาพที่ต้องเจอสังคมผู้สูงวัย มีนักวิชาการหลายค่ายทำโปรเจคชั่นว่าสิทธิประโยชน์จ่ายไม่เกินอีก 7 ปีกองทุนน่าจะเริ่มมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ผมมองเองว่าถ้าเราไม่ได้ทำอะไรเลย น่าเป็นห่วงจริง หรือถ้าเข้ามาแล้วเพิ่มสิทธิประโยชน์แบบบุฟเฟ่ต์กองทุนจะมีปัญหาสภาพคล่องแน่นอน” นายกีรติ กล่าว

นายกีรติ กล่าวว่า ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารกองทุนก่อนเพื่อให้เกิดความมั่นคงแล้วจึงปรับปรุงสิทธิประโยชน์ของสมาชิก ลดความซ้ำซ้อนอื่นๆไปพร้อมๆกัน โดยต้องไปดูเรื่องประสิทธิภาพในการบริหารกองทุนประกันสังคม แล้วดูการบริหารการใช้จ่ายคุ้มค่าทุกบาท การดูประสิทธิภาพในการบริหารปกติแล้วรายได้ของกองทุนมาจากการลงทุน ถ้าสมมุติว่าเราลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนทีมลงทุนไม่ให้ติดขัดข้อจำกัดต่างๆเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆในการลงทุนก็จะเพิ่มรายได้ฝั่งลงทุน

ด้านนายธนัสถา คำมาวงษ์ ประธานสหภาพแรงงานสมยามโตโยต้า และประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย (สอยท.) ผู้ลงสมัครเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมหมายเลข 83  กล่าวว่า เรื่องเร่งด่วนที่ต้องการเข้าไปผลักดันคือ เรื่องเงินสงเคราะห์บุตร เงินชราภาพ และโรงพยาบาลประกันสังคม โดยเรื่องเงินสงเคราะห์บุตรจะผลักดันจากเดือนละ 600 บาทมาเป็น 800 บาท 6 ปี ส่วนเงินชราภาพ จากทุกวันนี้ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 15 ปี 180 เดือน ไม่เกิน 4,700 บาทต่อเดือนคิดว่ามันน้อยไป ไม่พอใช้ในโลกปัจจุบันนี้ โดยเราจะผลักดันให้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นบาท

ประธาน สอยท. กล่าวถึงนโยบายโรงพยาบาลประกันสังคมว่า ที่ผ่านมาการไปโรงพยาบาลทำให้ผู้ประกันตนมีความรู้สึกว่าถูกแบ่งชนชั้น ยาที่ได้ก็คนละเกรดกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทั้งทหาร ตำรวจ ครู ต่างก็มีโรงพยาบาลของตัวเอง แต่ผู้ประกันตนต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลซึ่งได้ยาเกรดต่ำกว่า สปสช. ต้องไปก็รอนานครึ่งค่อนวัน จึงคิดว่าควรจะทำโรงพยาบาลของตัวเองได้

ประธานสหภาพแรงงานสมยามโตโยต้า ยังประเมินด้วยว่า จำนวนคะแนนเสียงจากผู้ประกันตนที่น่าจะทำให้ชนะเลือกตั้งได้น่าจะอยู่ราวๆ 3,900-4,000 คะแนน จากจำนวนผู้มาลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งกว่า 9.4 แสนราย

“คิดเร็วๆแบบหารกัน คน 247 คนที่มาลงสมัคร ก็น่าจะได้ประมาณ 3,900-4,000 คน ผมมาในนามทีมเดียวเลยคือแรงงานยานยนต์ เราก็มองว่าเราน่าจะมีโอกาสเพราะสมาชิกค่อนข้างเยอะเป็นผู้ประกันตนจริงๆ ส่วนลงอิสระคือถ้าคนไม่โซเชียลจริงๆเขาก็ไม่รู้ ไม่สนใจ” นายธนัสถา กล่าว