หากกล่าวถึงการแก้ปัญหา “ยาเสพติด” ในระดับชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลอย่างบนเขาบนดอย โดยเฉพาะในกลุ่มคนติดฝิ่นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย การจะจับกุมปราบปรามเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ทางออกของปัญหา…
ที่ผ่านมา ในทางการแพทย์และสาธารณสุข มีวิธีแก้ไขด้วยการให้ “เมทาโดน” เพื่อบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด เนื่องจากเมทาโดน เป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่สังเคราะห์จากฝิ่น เป็นสารทดแทนที่การแพทย์ยอมรับเพื่อบำบัดรักษาผู้ใช้เฮโรอีน โดยในกลุ่มที่รักษามาระยะหนึ่ง อาจถึงขั้นสามารถเลิกการใช้เมทาโดนได้เลย ซึ่งในหลายพื้นที่ของภาคเหนือมีการบำบัดรักษาด้วยวิธีนี้มาแล้ว
ล่าสุด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดย “นพ.ชูชัย ศรชำนิ” รองเลขาธิการ สปสช. และ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. ได้นำสื่อมวลชนดูงานที่โรงพยาบาล (รพ.) แม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการบริการทางการแพทย์ถึงชุมชน โดยการให้เมทาโดนอยู่ในสิทธิประโยชน์ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อมุ่งลดอันตรายจากการเสพยา อีกทั้งลดการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น
สำหรับ รพ.แม่แตง มีการทำงานร่วมกันกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านต้นลุง ต.บ้านช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่นี้เป็นที่ราบลุ่มในหุบเขา มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประกอบด้วย ชุมชนคนเมือง ลีซอ อาข่า ไทใหญ่ ซึ่งความหลากหลายเหล่านี้ทำให้ยังมีปัญหาด้านต่างๆ แม้กระทั่งเรื่องยาเสพติด โดยเฉพาะฝิ่น
“พญ.พอใจ มหาเทพ” หัวหน้างานยาเสพติดและจิตเวช รพ.แม่แตง เล่าว่า ชาวบ้านในพื้นที่ที่ติดฝิ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชนเผ่าชาวอาข่า และลีซอ มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีอย่างมากทั้งตัวเองและสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นร่างกายไม่แข็งแรง ผอมแห้ง ทำงานไม่ได้ ขณะที่ครอบครัว ภรรยาต้องทำงานแทน และถูกทุบตี ในปี 2556 มีโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านช้าง กับผู้ป่วย 30 คน แต่ปัญหาก็ไม่ลดลง จากการพิจารณาร่วมกับเครือข่ายจึงเล็งเห็นว่า การแก้ปัญหาที่แท้จริง ต้องเข้าใจถึงบริบทของพื้นที่ และต้องทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เพราะที่ผ่านมาทีมแพทย์เมื่อลงไปในหมู่บ้าน นำเมทาโดนไปเป็นทางเลือกให้นั้น อีกวันก็จะมีเจ้าหน้าที่มาจับกุม ทำให้พวกเขาไม่กล้าเปิดเผยตัว ไม่กล้าบำบัดด้วยเมทาโดน
“จากปัญหาดังกล่าว เราต้องทำความเข้าใจกับฝ่ายปกครองว่า คนติดฝิ่นหลายคนเลิกไม่ได้ แต่หากมาบำบัดรักษาด้วยเมทาโดน ซึ่งเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่มีการดูแลควบคุมด้วยกฎหมายก็จะทำให้คุณภาพชีวิตพวกเขาดีขึ้น ไม่ต้องไปทำงานแลกฝิ่น ไม่ต้องร่างกายซูบผอม หนำซ้ำเมื่อใช้เมทาโดนมาสักระยะหนึ่งยังสามารถเลิกใช้ได้อย่างถาวร ซึ่งที่ผ่านมา มี 3 รายที่เลิกฝิ่น และไม่ต้องใช้เมทาโดนอีก” พญ.พอใจกล่าว
ทั้งนี้ เมทาโดนจัดเป็นยาเสพติดประเภท 2 ต้องมีการควบคุมพิเศษ เนื่องจากเสพติดได้ และเป็นอันตรายแก่ผู้รับบริการถึงชีวิต ผู้ให้บริการจึงต้องมีความรู้ เข้าใจวิธีรักษาในปริมาณที่เหมาะสม ขณะที่หน่วยบริการที่จะมีสิทธิเบิกจ่ายยาตัวนี้ ต้องผ่านการขออนุญาตขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาล พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2552 และต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด คือ 1.ต้องเป็นหน่วยบริการที่ให้การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดครบ 4 ขั้นตอน ทั้งการเตรียมการ การถอนพิษยา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการติดตาม 2.แพทย์ผู้ทำการบำบัดรักษาจะต้องผ่านการอบรม หรือมีประสบการณ์รักษาไม่น้อยกว่า 1 ปี และ 3.หน่วยบริการจะต้องจัดทำทะเบียนผู้เข้ารับการบำบัดรักษาที่เข้าร่วมโครงการฯ และรายงานความคืบหน้าในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เข้ารับการบำบัดต่อกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมทั้งรายงานการใช้ยาเมทาโดนต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
นพ.ชูชัยทิ้งท้ายว่า สำหรับการเบิกชดเชยการจ่ายยาเมทาโดน โดย สปสช.ปี 2558 นั้น มีผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มฝิ่นที่สมัครใจเข้ารักษา 5,458 คน ขณะที่ข้อมูลตั้งแต่ปี 2556-2558 มีผู้ติดยาเสพติดในกลุ่มฝิ่น ที่เข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเมทาโดนสะสม จำนวน 7,428 คน เฉลี่ยเป็นผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 2,400 คน คิดเป็นการใช้งบค่ายาประมาณปีละ 14 ล้านบาท
นับเป็นมาตรการหนึ่งในการช่วยสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ


