หน้าแรก ในประเทศ หลังน้ำป่า! น...

หลังน้ำป่า! น้ำตกห้วยโต้ กระบี่กลับมาเปิดแล้ว คลองใน ต.ทับปริกขยายกว้างกว่า 50 ม.

19.01.17 | 12:01 น.

เมื่อวันที่ 19 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุน้ำป่าหลากจากเทือกเขาพนมเบญจา จ.กระบี่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักและน้ำป่าไหลหลากสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ จ.กระบี่ โดยเฉพาะอำเภอเมืองกระบี่ ที่ ต.ทับปริก เทศบาลเมืองกระบี่ ต.กระบี่น้อย อ.เขาพนม อ.อ่าวลึก เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด นายปภาวิน หยังหลัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จ.กระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ น้ำตกห้วยโต้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของจังหวัดกระบี่ที่ตำบลทับปริก ที่ได้รับผลกระทบมีดินถล่มและต้นไม้หักโค่นลงมาจำนวนมาก ทำให้น้ำตกจากเดิม 17 ชั้น เหลือแค่ 7 ชั้น และทางอุทยานฯ ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ และต้องปิดห้ามเข้าหลายวันนั้น ตอนนี้ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เล่นน้ำในน้ำตกได้แล้ว โดยได้สร้างสะพานชั่วคราวสำหรับเดินข้ามลำธาร แต่บางพื้นที่เช่น จุดที่สูงขึ้นไป ยังคงห้ามไม่ให้ขึ้นไป เนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้ ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในอุทยานแต่ถนนถูกตัดขาดนั้น สามารถเดินข้ามได้ภายในลำคลองที่ปางช้าง โดยได้ทำสะพานชั่วคราวบนลำน้ำ หรือจะข้ามสะพานไม้หมากที่ชาวบ้านสร้างไว้ชั่วคราวก็ได้เช่นกัน จากนั้นก็ต้องเดินต่อมาอีกประมาณ 300 เมตร ถึงที่ทำการและเดินเท้าต่ออีก 500 เมตร ขึ้นไปที่น้ำตก

201701191110146-20151120115129

ขณะที่นายพรชัย สอนประสม ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน อ.เมืองกระบี่ นายศุภชัย เกิดสุข กำนันตำบลทับปริก อ.เมืองกระบี่ เข้าตรวจสภาพลำคลองในพื้นที่ ต.ทับปริก ตั้งแต่ด้านล่างก่อนออกสู่คลองกระบี่ใหญ่ไหลลงทะเล ซึ่งเป็นคลองที่รับน้ำจากเทือกเขาพนมเบญจา ระยะทางกว่า 40 กม. ที่คดเคี้ยวลงมาจากภูเขา พบว่าหลังเกิดน้ำหลากเมื่อวันที่ 8 มค.60 สภาพลำคลองซึ่งเดิมมีขนาดกว้างประมาณ 10-15 เมตร ได้ขยายใหญ่ขึ้นบางช่วงกว่ากว่า 50 เมตร เนื่องจากตลิ่งถูกกัดเซาะเอาต้นปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมทั้งต้นไม้อื่นๆ ลงในลำคลอง สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างตลอดลำคลอง ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณสะพานต่างๆ ที่สร้างขึ้นข้ามคลองน้ำตายแล้วไหลลงคลองทับปริกก่อนลงสู่คลองใหญ่ ถูกกัดเซาะจนสะพานขาด 2 แห่ง และเสียหายราวสะพานหัก ผิวถนนคอสะพานถูกน้ำเซาะอีกจำนวนมาก อยู่ระหว่างการแก้ไข

201701191110143-20151120115129

นายศุภชัย เกิดสุข กำนันตำบลทับปริก กล่าวว่า สภาพลำคลองที่ไหลลงมาจากเทือกเขาพนมเบญจา มีสภาพเปลี่ยนไป กว้างขึ้นไม่ต่ำกว่า 5 เมตร บางแห่งขยายกว้างกว่า 50 เมตร ซัดเอาพืชผลทางการเกษตรลงไปในคลองจำนวนมาก และยังส่งผลให้ลำคลองตื้นเขิน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำหากมีฝนตกลงมาอย่างหนักอีก น้ำก็จะหลากท่วมได้ง่าย แนวทางแก้ไขในการระบายน้ำ คือการขุดลอกให้ลำคลองลึก และควรดำเนินการขุดลอกตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพราะหากขุดแค่ช่วงสั้นๆ ก่อนออกทะเล ก็ยังคงพังทลายเช่นเดิม ทั้งนี้ผลกระทบจากน้ำป่าหลากในครั้งนี้กินบริเวณกว้าง มีผู้ประสบภัยในตำบลทับปริกกว่า 1 พันครอบครัว เดือนร้อนไม่ต่ำกว่า 3-4 พันคน

Advertisement