“รมว.ยุติธรรม” เร่งพัฒนางานนิติวิทย์ 3 ส่วน ลั่นให้ยืนอยู่บนข้อเท็จจริงไม่เป็นเครื่องมือใคร

19.01.17 | 11:31 น.

“รมว.ยุติธรรม” เร่ง พัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์ฯ 3 ส่วน ขอให้ยืนอยู่บนข้อเท็จจริงไม่เป็นเครื่องมือของใคร

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ที่โรงแรมเซ็นทราศูยน์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการสัมนาเรื่อง “การพัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์กับกระบวนการยุติธรรม” ซึ่งเป็นการอภิปรายระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการมาตรฐานการตรวจพิสูจน์ และทางด้านการปฏิบัติงานด้านนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์ของประเทศไทย และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เข้าร่วมงาน เช่น นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (สนว.) นายดล บุนนาค ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสกลนคร พล.ต.ท.นพ.เลี้ยง หุยประเสริฐ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ และผู้แทนจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ​ปัจจุบันงานนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์มีความสำคัญต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ไม่ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินกระบวนการยุติธรรม การอำนวยความยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ความมั่นคงภายในประเทศ หรือในประชาคมโลก ดังนั้น การตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์ ซึ่งเป็นงานที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่ง จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อทุกภาคส่วน และการพัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์ของประเทศต้องเป็นระบบ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ และการบูรณาการจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนางานทั้งด้านมาตรฐาน วิชาการ และการปฏิบัติงาน เพื่อส่งเสริมให้การปฏิบัติงานด้านนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

S__46260228

นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสิ่งที่ตนคิดว่าจะต้องพัฒนางานด้านนิติวิทยาศาสตร์นั้น เราต้องทำ 3 ส่วนด้วยกัน คือ 1.เป็นเรื่องภายในองค์กรของเราเอง ซึ่งตนเน้นเรื่องการพัฒนาคน การทำงานในลักษณะเครือข่าย ซึ่งหมายความสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ของกระทรวงยุติธรรม จะต้องสามารถทำงานแบบบูรณาการร่วมกับตำรวจ แพทย์ และโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้ เพื่อเป็นการพึ่งพาอาศัยความเชี่ยวชาญและความชำนาญซึ่งกันและกัน 2.ต้องพัฒนาเรื่องระบบการบริหารจัดการภายในองค์กร ซึ่งเราอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติฉบับใหม่ โดยมีงานหลายอย่างที่ตนคิดว่ามีความสำคัญที่ต้องปรับให้มันเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น และ 3.ให้การบริการประชาชนเป็นหัวใจหลักของการทำงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งประชาชนต้องสามารถพึ่งพาระบบของนิติวิทยาศาสตร์ได้ และระบบของการพิสูจน์หลักฐานได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องทำ

Advertisement

S__46260229

“ความก้าวหน้าทางสายอาชีพนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์นั้น จะเป็นกลไกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดขวัญกำลังใจและแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และรักษาคนเก่งคนดีไว้ในองค์กร รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างบุคลากรที่มีคุณค่าให้แก่องค์กรในระยะยาวต่อไป อยากให้ทุกคนทำงานด้วยความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานให้สังคม โดยยืนอยู่บนข้อเท็จจริงและไม่ตกเป็นเครื่องมือของใคร” รมว.ยุติธรรม กล่าว

S__46260227

S__46260230