วันที่ 19 ม.ค. 60 ผลกระทบจากน้ำที่ท่วมขังมานานนับเดือน ทำให้บ้านของ นายสนิท พานิช อายุ 65 ปี ในหมู่ 7 ต.คุขุด อ.สทิงพระ ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้น มุงด้วยสังกะสี เกิดทรุดตัวเอียงลงมาครึ่งหลัง พร้อมที่จะพังลงมาได้ตลอดเวลา เพราะอยู่ในที่ลุ่มต่ำและถูกน้ำท่วมขังยาวนานต่อเนื่อง 3 รอบ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 จนถึงขณะนี้นายสนิท อาศัยอยู่เพียงลำพังคนเดียว มีเพียงเครื่องยังชีพที่หน่วยงานไปช่วยเหลือเท่านั้น ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอริมทะเลสาบสงขลาตั้งแต่ อ.ระโนด กระแสสินธ์ สทิงพระ สิงหนคร และอ.ควนเนียง ขณะนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นและระดับน้ำท่วมขังเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือที่ท่วมขังอยู่เฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำห่างจากทะเลสาบสงขลาประมาณ 100-200 เมตร ส่วนหมู่บ้านและพื้นที่การเกษตรที่อยู่ลึกเข้ามาชั้นในน้ำแห้งเกือบจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ส่วนของการเรียนการสอนของโรงเรียน จนถึงขณะนี้ยังมีบางแห่งที่ต้องอาศัยศาลาวัดทำการเรียนการสอน เนื่องจากน้ำยังท่วมโรงเรียนเช่น โรงเรียนวัดธรรมประดิษฐ์ ใน ต.คูขุด ขณะนี้ยังคงใช้สถานที่ภายในวัดดอนคันออก ทำการเรียนการสอนชั่วคราวติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง เพราะภายในโรงเรียนน้ำยังท่วมขัง
นายสันติ แสงระวี ผู้ปรฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการ จ.สงขลาเปิดเผยว่า จากการสำรวจความเสียหายจากน้ำท่วมพบว่าโรงเรียนได้รับผลกระทบทั้งจังหวัด 111 โรง จาก 513 โรง นักเรียนได้รับผลกระทบ 10,296 คน ความเสียหายในเบื้องต้นประมาณ 98 ล้านบาท โดยเฉาะในพื้นที่4อำเภอริมทะเลสาบสงขลาได้รับผลกระทบหนักที่สุด 87 โรงเรียน

ด้านนายสุพิศ จิตภักดี เกษตร จ.สงขลาเปิดเผยว่า จ.สงขลาถูกน้ำท่วม 3 ครั้งติดกัน ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับผลกะทบ 50,000 ไร่ จากทั้งหมดประมาณ 200,000 ไร่ ขณะนี้เกษตรกรมาแจ้งความเสียหาย 4000 ราย จะได้เยียวยาและช่วยเหลือให้ทันกับฤดูกาลเพราะปลูก

