ประเดิมวันแรกเปิดผับตี 4 กทม. ชนหมัด สน.ชนะสงคราม รุดตรวจเข้ม ‘ถ.ข้าวสาร’ จ่อเพิ่มกล้องเอไอ

15.12.23 | 16:38 น.

วันแรกเปิดผับ ตี 4 กทม.-ตร. ลงตรวจ ถ.ข้าวสาร ดูความพร้อม เน้นปลอดภัย ไม่มีเสียงดังรำคาญ

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ถนนข้าวสาร เขตพระนคร พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม, นายโกศล สิงหนาท ผู้อำนวยการเขตพระนคร และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสถานบริการที่ถนนข้าวสาร เพื่อตรวจความพร้อมในเรื่องต่างๆหลังวันนี้เป็นวันแรกในการขยายเวลาเปิดถึงเวลา 04.00 น.

พล.ต.อ.อดิศร์ เปิดเผยว่า วันนี้จะตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยของสถานบริการในถนนข้าวสาร ทั้งสภาพอาคาร และทางหนีไฟ ซึ่งมีประมาณ 3 ร้านที่ได้รับอนุญาตให้เปิดถึงเวลา 04.00 น. ประกอบด้วยร้านเดอะคลับ มอลลี่ และ บริกบาร์ เพื่อให้สอดรับนโยบายของรัฐบาล และเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ไปในคราวเดียวกัน

สำหรับการเข้าตรวจสอบวันนี้ จะดูเรื่องของการป้องกันอัคคีภัยเฝ้าระวังในเรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์ การป้องกันผลกระทบในเรื่องของเสียง และเรื่องของกล้องวงจรปิดที่จะเป็นอุปกรณ์สำคัญของตำรวจ ที่จะใช้ติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด รวมถึงดูพื้นที่รอบนอกที่อยู่บนถนนข้าวสารและรอบบริเวณถนนข้าวสาร เพราะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาจุดนี้ จุดหลักที่รวมตัวนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังตรวจสอบรวมไปถึงร้านประเภทอื่นๆที่มีการจำหน่ายสุราอาหาร หรือการแสดงดนตรีที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในเรื่องของเสียง และดูว่าแต่ละร้านได้รับใบอนุญาตประเภทใด การปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามกฏหมายเพื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ ขณะเดียวกันมาตรการที่ขยายขยายเวลาเปิดจนถึงเวลา 04.00 น. ตามกฏหมาย คือ ร้านต้องปิดแล้วหากยังพบลูกค้า นั่งดื่มกินอยู่ในร้านก็ถือว่ามีมีความผิดในทางพฤตินัย

Advertisement

ขณะเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้เน้นย้ำ เรื่องกล้องวงจรปิดแบบ AI ที่จะลดการทำงานของเจ้าหน้าที่ และทาง กทม.ยังจะจัดสรรงบประมาณมาช่วยสนับสนุนการทำงานของตำรวจด้วย โดยให้ตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่หลักได้คือการอำนวยความสะดวกรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน

ด้าน พ.ต.อ.สนอง กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจที่เน้นข้อห่วงใยในเรื่องของการจราจร สถานบริการ และยาเสพติด ซึ่งได้ดำเนินการอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนจะมีการเปิดตั้งแต่เวลา 04.00 น. ซึ่งการดำเนินการก็จะดูไปในเรื่องของสิทธิของแต่ละร้านที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการที่แตกต่างกันและหลังจากนี้จะมีการเรียกประชุมวางกรอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งเสริมในเรื่องของกล้องวงจรปิดที่จะแบ่งเป็นในส่วนพื้นที่สาธารณะของ กทม. และกล้องวงจรปิดแบบ AI เพิ่มเติม

ส่วนการขยายเวลาเปิดสถานบริการไปในเวลา 04.00 น. แล้วจะมีการตั้งด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ด้วยหรือไม่นั้น พ.ต.อ.สนอง กล่าวว่า ในพื้นที่ถนนข้าวสารได้ประชาสัมพันธ์เน้นย้ำให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาว่าไม่ให้นำรถยนต์ส่วนตัวมาอยู่แล้วเนื่องจากชัดเจนว่าเป็นสถานบันเทิงจึงอยากฝากความห่วงใยในเรื่องนี้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับการลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยสถานบริการในถนนข้าวสาร เจ้าหน้าที่ตรวจทั้งสภาพอาคารและทางหนีไฟ ซึ่งมีประมาณ 3 ร้าน ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดถึงเวลา 04.00 น. ซึ่งการตรวจจะเน้นไปที่ในเรื่องของเสียงเดซิเบล โดยนำเครื่องตรวจวัดเดซิเบลมาตรวจวัดค่าเสียงภายในสถานบันเทิง ว่าเกินกว่าค่าที่กำหนดหรือไม่ โดยให้ทางผู้ประกอบการ เปิดระบบเสียงเพื่อทดสอบ รวมถึงมีการตรวจทางหนีไฟ กล้องวงจรปิด อุปกรณ์ในการเฝ้าระวังอัคคีภัยภายในร้าน และสอบถามถึงวิธีการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อป้องกันเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีเข้ามาใช้บริการภายในร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำเรื่องนี้เป็นพิเศษ

สำหรับสถานบริการที่ขยายเวลาเปิดบริการถึง 04.00 น.ในพื้นที่กรุงเทพฯ อยู่ในพื้นที่โซนนิ่ง 3 แห่ง ได้แก่ สีลม พัฒน์พงศ์, อาร์ซีเอ เพชรบุรีตัดใหม่ และ รัชดาภิเษก รวมถึงกลุ่มที่ได้รับใบอนุญาตสถานบริการ ซึ่งจากฐานข้อมูลใบอนุญาตและการตรวจสอบของ 50 สำนักงานเขต พบมีกิจการที่มีใบขออนุญาตสถานบริการ 207 แห่งใน 33 เขต โดยอยู่ในพื้นที่โซนนิ่ง 73 แห่ง อยู่ในโรงแรม 8 แห่ง อยู่นอกพื้นที่โซนนิ่ง 134 แห่ง และอยู่ในโรงแรม 24 แห่ง

จากการสำรวจพบยังเปิดบริการอยู่ 146 แห่ง ปิดปรับปรุง 3 แห่ง และปิดกิจการ 58 แห่ง โดยพื้นที่ที่มีสถานบริการจำนวนมาก 5 เขตได้แก่

1.เขตห้วยขวาง 39 แห่ง เปิดบริการ 33 แห่ง และปิดกิจการ 6 แห่ง
2.เขตดินแดง 31 แห่ง เปิดบริการ 14 แห่ง และปิด กิจการ 17 แห่ง
3.เขตบางรัก 21 แห่ง เปิดกิจการ 20 แห่ง และปิดกิจการ 1 แห่ง
4.เขตวัฒนา 21 แห่ง เปิดกิจการ 16 แห่ง และปิดกิจการ 5 แห่ง
5.เขตคลองเตย 11 แห่ง เปิดกิจการ 9 แห่ง และปิดกิจการ 2 แห่ง