ปะทะเดือด! กลุ่มป้องปกน้องไนซ์ ร้อง บิ๊กต่อ ถูกคนคุกคาม ‘อี้ แทนคุณ-เค สามถุยส์’ โผล่ค้าน จี้สอบเส้นทางการเงิน
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนาย ธรรมราช สาระปัญญา พร้อมกลุ่มที่สนับสนุนกว่า 20 คน ที่สนับสนุนน้องไนซ์ วัย 8 ขวบ ที่อ้างว่าสามารถเชื่อมจิตได้ เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ขอให้ตรวจสอบกลุ่มคนที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและโจมตีน้องไนซ์ และขอให้รับความคุ้มครองเยาวชน โดยมี พ.ต.อ.วิวัฒน์ สิทธิสรเดช รอง ผบก.พฐก. เวรอำนวยการ เป็นผู้รับเรื่อง
โดย ทนายธรรมราช อ้างว่าน้องไนซ์ถูกบิดเบือนใส่ร้าย ตัดต่อภาพทำให้ได้รับความเสียหาย พร้อมแนบหนังสือร้องเรียนและภาพตัดต่อโจมตีน้องไนซ์ ลักษณะคล้ายพระพุทธเจ้า รวมทั้งข้อความลักษณะเหมือนเป็นการการคุกคามน้องไนซ์และครอบครัว และมีคนกลุ่มหนึ่งนำไปร้องเรียนกับ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เรื่องน้องไนซ์
ทนายธรรมราช กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีกลุ่มบุคคลพยายามเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนข้อเท็จจริง เรื่องของคำสอนน้องไนซ์ลงในโซเชียล และหยิบข้อมูลขึ้นมาโจมตี ทั้งเรื่องเกี่ยวกับคำสอนและการหลอกลวงเงิน ส่วนตัวมองว่าคำสอนของน้องไนซ์เป็นเรื่องจริง ส่วนเรื่องของการเรียกเก็บเงิน เป็นส่วนของผู้จัด ที่ทำหน้าที่ดำเนินการ เพราะมีค่าใช้จ่าย เรื่องสถานที่ ค่าอาหาร ที่พัก ตัวน้องไนซ์เป็นเพียงวิทยากร ไม่ได้รับเงินค่าจ้าง

ส่วนที่เห็นภาพน้องไนซ์รับเงิน ยอมรับว่าเป็นการรับเงินจริง แต่ภายหลังก็ส่งต่อไปสมทบในการสร้างสถานปฏิบัติธรรม ขณะที่ข้อสงสัยเรื่องของบัญชีเปิดรับบริจาค ที่เป็นบัญชีส่วนตัวของนายแพทย์ท่านหนึ่ง อธิบายว่าจุดประสงค์นายแพทย์คนนี้ตั้งใจจะรวบรวมเงิน สร้างสถานปฏิบัติธรรม ซึ่งขณะนี้มีการยื่นเรื่องเปิดมูลนิธิแล้วแต่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ยืนยันว่าเงินส่วนนี้สามารถตรวจสอบเส้นเงินได้ว่า เมื่อสอบถามว่ามีเงินหมุนเวียนมากน้อยแค่ไหนทางทนายบอกว่ามีในบัญชีหลายแสนบาท และตอนนี้ก็ยังอยู่ครบ
ทนายธรรมราช กล่าวต่อว่า สำหรับข้อสงสัยเรื่องวิธีการเชื่อมจิตของน้องไนซ์ ที่คนสงสัยคืออะไร ทนายธรรมราชบอกว่าเป็นวิธีการช่วยของคนที่มีวิปัสสนากรรมฐานสมาธิแล้วมีปัญหาติดขัด น้องไนซ์จะเชื่อมจิตไปช่วย
ส่วนประเด็นที่ในโซเชียลมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่น้องไนซ์ถอดจิตคุยกับปูติน ยืนยันว่าน้องไนซ์มีเจตนาที่จะไปเผยแพร่และพุทธศาสนาในยุโรปและรัสเซีย ซึ่งเป็นแผนอนาคต ว่าหากมีโอกาสจะเข้าไปพูดคุยกับปูติน ซึ่งเป็นเรื่องอนาคต แต่คนเอาไปบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิด
ส่วนที่มีคนแสดงความคิดเห็นว่าทำไมน้องไนซ์ไม่บวชเณร หรือกลัวว่าจะควบคุมเด็กไม่ได้ในส่วนนี้
ทนายธรรมราชบอกว่า ธรรมะ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนหากมีความสามารถในการสอน ใครก็สามารถสอนได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแต่งกายหรือการบวช

ส่วนที่กรณีเมื่อวานนี้มีอดีตคนศรัทธาน้องไนซ์ออกมาแฉว่า เข้าไปในกลุ่มโอเพ่นแชตของน้องไนซ์เพราะศรัทธามากว่าสามปี แต่ปรากฏว่าพอมีคำถามและข้อสงสัย ในการสอนและการเรียกเก็บเงินกลับถูกดีดออกจากแชต ในส่วนนี้ทนายความบอกว่าจากการตรวจสอบหญิงคนนี้เพิ่งเข้ามาในแชตวันที่ 8 ธันวาคม หลังจากนั้นก็มีพฤติกรรมลักษณะเหมือนเป็นการล่อซื้อ เอาข้อมูลบิดเบือนไปเป็นหลักฐาน เช่น มีการส่งสลิปเงิน ทั้งที่เป็นกลุ่มสอบถามข้อธรรมะ ทำให้แอดมินจำเป็นต้องดีดออกไป
ทั้งนี้ ในระหว่างที่ทนายธรรมราชเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ได้มีนายนิยม นพรัตน์ ในฐานะตัวแทนประชาชน และนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ได้เดินทางมา พร้อมกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการสนับสนุนน้องไนซ์ ได้เข้าสอบถามเกี่ยวกับการเรียกรับเงินเรียกรับเงินค่าเข้าฟังธรรมะจริงหรือไม่ และข้อสงสัยเรื่องคำสอนของน้องไนซ์ ที่อ้างว่านั่งสมาธิแล้วกรรมตามไม่ทัน เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าตรงไหน ทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการโต้เถียงกัน

ก่อนที่ทั้งกลุ่มคนสนับสนุนน้องไนซ์จะออกมาบอกว่าหากมีข้อสงสัย ว่าการเรียกรับเงินหรือคำสอนไม่ถูกต้องก็ให้ไปดำเนินคดีตามกฎหมายเอา เพื่อให้ศาลพิสูจน์ความจริง ขอยุติการโต้เถียงกันก่อน
จากนั้น นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์ให้ตรวจสอบว่าการกระทำกลุ่มจัดกิจกรรมน้องไนซ์เข้าข่ายแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบต่อเด็กหรือไม่ เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลแอบอ้างหลอกลวงว่ามีเด็กอายุเพียง 8 ขวบ มีอภิญญา สามารถเชื่อมจิตจากการใช้เท้าสัมผัสและเก็บเงินคำร่วมงาน ค่าทำบุญต่างๆ ซึ่งเป็นการแสวงหาประโยชน์กับเด็กเยาวชนโดยมิชอบและเป็นการใช้เด็กเป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชนจำนวนมาก อาจเข้าช่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546, มีการนำหลักการของพระพุทธศาสนามาหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นโดยการที่บุคคล และคณะบุคคลดังกล่าวอ้างว่าเป็นตัวแทนพระศาสนา และพระศาสนา
จึงขอให้ ผบ.ตร.สืบเสาะข้อเท็จ เพื่อช่วยปกป้องพระพุทธศาสนา จากกลุ่มบุคคลที่อ้างศาสนาหาประโยชน์ทั้งการระดมทุน เรี่ยไร ผิดกฎหมาย โดยอ้างความเป็นเยาวชน และอ้างพระพุทธศาสนา และให้สั่งการ ส่งนิติกรชำนาญการ โดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมไปถึงสหวิชาชีพในการสอบปากคำเยาวชน เข้าไปตรวจกลุ่มบุคคลดังกล่าว ทั้งตัวเต็ก ทั้งผู้ปกครอง ทั้งคณะผู้จัดงาน เพื่อตรวจเส้นทางทางการเงินตามกฎหมาย
รวมไปถึงดำเนินคดีกับผู้ปกครองในการปล่อยปละละเลยให้เยาวชนกระทำพฤติกรรมบิดเบือน ลบหลู่พระพุทธศาสนาสืบต่อไป






