เมื่อวันที่ 19 มกราคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รักษาการเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ติดตามการจัดบริการแบบเครือข่ายของหน่วยบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 56 ทับเจริญ เขตบึงกุ่ม ศิริพัฒน์สหคลินิก เขตสายไหม และโรงพยาบาล (รพ.) ภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็น รพ.แม่ข่ายภาครัฐ สังกัดกองทัพอากาศ ที่ร่วมให้บริการประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการดูแลสุขภาพประชาชนระหว่าง สธ. สปสช. และ กทม.
นพ.ปิยะสกลกล่าวว่า สธ.จะเพิ่มการทำงานร่วมกับ กทม. โดย 1.ตั้งคณะกรรมการระดับเขตสุขภาพ และให้ กทม.ร่วมเป็นคณะกรรมการส่วนกลาง ร่วมกับ สธ. สปสช. และภาคีเครือข่ายสุขภาพ 2.พัฒนาระบบบริการ ระบบส่งต่อ การจัดการข้อมูล การบริหารจัดการ ให้เป็นทิศทางเดียวกัน และสร้างนวัตกรรมการจัดระบบบริการประชาชนให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ
นพ.ปิยะสกลกล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯมีการบริการในแบบเครือข่ายระหว่างภาครัฐ เอกชน และ กทม. (Public Private Partnership) มี รพ.ใหญ่เป็นแม่ข่ายดูแลประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ มีคลินิกเอกชนเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้าน หรือคลินิกชุมชนอบอุ่น ทำงานเชื่อมโยงกับศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต ให้การดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้าน และการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันการเจ็บป่วย เช่น เครือข่ายบริการ รพ.ภูมิพล สปสช. และภาคีเครือข่าย ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) พัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-รีเฟอร์รัล (e-Referral system) นำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการส่งต่อข้อมูลดูแลรักษาผู้ป่วยระหว่างคลินิกชุมชนอบอุ่นและ รพ.แม่ข่าย ช่วยให้แพทย์ผู้รักษาเห็นข้อมูลการรักษาของคลินิกชุมชนอบอุ่นในเครือข่าย 26 แห่ง นำมาวางแผนการดูแลรักษาต่อ และส่งข้อมูลกลับ ทำให้ประชาชนได้รับการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง จึงเตรียมขยายระบบไปยัง รพ.นพรัตน์ราชธานี รพ.ตากสิน และ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และ สปสช.จะขยายครอบคลุมไปยัง รพ.อื่นๆ ในกรุงเทพฯ รวมทั้งเชื่อมโยงไปยังจังหวัดต่างๆ ด้วย

