หน้าแรก ในประเทศ สธ.ชี้ รถฉุกเ...

สธ.ชี้ รถฉุกเฉินชนกระบะ ทำเสีย14นาที หนุนญาติเต็มที่ ฟ้องร้องกระบะ

19.01.17 | 15:58 น.
ขอบคุณภาพจาก ไทยพีบีเอส

สาธารณสุขฉุกเฉินแจงเหตุเสียชีวิตรถฉุกเฉินชน

วันที่ 19 มกราคม นพ.วิทูรย์ อนันกุล รองผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขฉุกเฉิน หรือ สธฉ. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ได้ตรวจสอบกับระบบรับแจ้งเหตุสายด่วน 1669 และพนักงานขับรถคันที่เกิดเหตุ และคันที่ 2 จากโรงพยาบาลบางใหญ่ ที่ส่งไปบ้านผู้ป่วยแล้ว พบว่ากรณีนี้ทำให้เกิดการเสียเวลาไป 14 นาที เนื่องจากต้องรอรถพยาบาลคันที่ 2 ไปรับผู้ป่วยแทน โดยรถพยาบาลคันแรก หลังการเฉี่ยวชน พนักงานขับรถพยายามเจรจากับเจ้าของรถกระบะให้ไปดำเนินการเรื่องค่าเสียหายที่ รพ.บางบัวทองแทน เนื่องจากต้องรีบไปรับผู้ป่วยฉุกเฉินที่บ้านพัก แต่เจ้าของรถกระบะแจ้งว่าไม่รู้จักและไม่สะดวกไป รพ. จึงไม่ยอมให้รถพยาบาลเคลื่อนไปรับผู้ป่วย นำไปสู่การเรียกรถพยาบาลคันที่ 2 เพื่อให้ไปรับผู้ป่วย แต่เมื่อไปถึงบ้านผู้ป่วย ซึ่งมีโรคเรื้อรัง ทั้งเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไต และหัวใจ อยู่ในภาวะหยุดเต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ปั๊มหัวใจและให้การช่วยฟื้นคืนชีพอยู่ประมาณ 30 นาทีแต่ไม่เป็นผลแล้ว

“จึงฝากประชาชนผู้ขับขี่รถทุกคัน ตามปกติรถพยาบาลที่มีอยู่ในระบบกว่า 3,000 คัน มีระบบประกันภัยชั้น 1 อยู่ หากเกิดเหตุขึ้นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ขอให้รถพยาบาลได้ไปช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นสิ่งแรกก่อน และที่ผ่านมาการปฏิบัติหน้าที่ของรถพยาบาลได้รณรงค์ให้ผู้ขับรถหลีกทางให้รถพยาบาล แต่ปัจจุบันพบว่ารถส่วนใหญ่ไม่หลีกทางให้ จนผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างนำส่ง รพ.ต้องเสียชีวิตถึง 20% โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่โดยเกิดขึ้นที่ในพื้นที่ กทม.มากสุด” นพ.วิทูรย์กล่าว

รอง ผอ.สธฉ.กล่าวว่า ส่วนแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ จะสรุปเรื่องนี้เสนอต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเร็วๆ นี้ เพื่อขอปรับแก้กฎหมายจราจรทางบกและกฎหมายทางหลวง ในการเอาผิดกับผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของรถพยาบาล ส่วนผู้เสียชีวิตรายนี้ หากญาติติดใจ ขอให้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับคนขับรถกระบะ โดยกระทรวงพร้อมให้ความร่วมมือ ขณะที่การดูแลพฤติกรรมของพนักงานขับรถพยาบาล ตามปกติจะมีการอบรมทั้งเรื่องมารยาทการขับรถ, ความเร็วที่ต้องไม่เกิน 90 กม./ชม. และการเจรจาหากเกิดเหตุเฉี่ยวชนด้วย

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า ตนเองและทีมกู้ชีพทุกคนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก และทราบว่าทางครอบครัวผู้เสียชีวิตก็รู้สึกเจ็บปวดต่อเหตุการณ์นี้เช่นกัน และมองว่าต้นเหตุของเรื่องนี้เป็นเรื่องของการแสดงน้ำใจของผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน หลังจากนี้ สพฉ.จะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางป้องกันและแก้ปัญหาในระยะยาว แต่เบื้องต้นก็ได้กำชับคนขับรถกู้ชีพ หรือรถฉุกเฉินให้ระมัดระวังในการขับรถพยาบาล และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลักก่อน

Advertisement

ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานโฆษก ตร.ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม โดยรถฉุกเฉิน รพ.บางบัวทองกำลังจะไปรับผู้ป่วยที่แน่นหน้าอกส่ง รพ. ขณะเดินทางได้เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกับรถกระบะ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทางฝ่ายรถฉุกเฉิน รพ.บางบัวทองจึงได้โทรประสานไปยัง รพ.บางใหญ่ให้ไปรับผู้ป่วยแทน ซึ่งผู้ป่วยนั้นเป็นผู้หญิง อายุ 74 ปี ป่วยเป็นโรคไต มีปัญหาความดันและเพิ่งผ่าตัดลำไส้ ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นรถของทาง รพ.บางใหญ่ได้ไปรับแล้ว แต่ผู้ป่วยเสียชีวิตเพราะโรคประจำตัว มิได้เกิดจากการที่รถฉุกเฉินไม่ได้ไปรับผู้ป่วยตามที่ปรากฏในข่าวแต่อย่างใด

ในส่วนของรถทั้งสองคันที่ชนกัน ทางพนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบปรับทั้งสองฝ่าย เนื่องจากต่างฝ่ายต่างประมาท