วันที่ 19 มกราคม ความคืบหน้ากรณีกลุ่มลูกหนี้ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ แห่เข้าแจ้งความผิดนายทุนเงินกู้นอกระบบซึ่งข้าราชการในสังกัดเดียวกัน โดยกล่าวอ้างว่าคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 เกินกว่ากฎหมายกำหนดพร้อมยึดบัตรเอทีเอ็มไว้ และใช้เอกสารอันเป็นเท็จฟ้องร้องบังคับคดี เพื่อยึดทรัพย์สินและอายัดเงินปันผลสหกรณ์จนได้รับความเดือดร้อน แม้ทางผู้บริหารโรงพยาบาลพยายามไกล่เกลี่ยแต่เจ้าหนี้ต่างปฎิเสธไม่ยินยอม ทั้งนี้ล่าสุดมีรายงานแจ้งว่านายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สั่งการผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดให้หยิบเรื่องนี้มาเป็นเรื่องเร่งด่วน จากนั้นมีการประสานให้ทางอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมช่วยคุ้มครองสิทธิผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกู้เงินนอกระบบด้วยความไม่เป็นธรรม ที่โรงพยาบาลหล่มสักโดยเร่งด่วน
ผู้บริหารรพ.หล่มสักแจง 4 ทางแก้กู้นอกระบบ ลูกหนี้จ่ออายัดบัตรหลังนายทุนที่ไม่ยอมเริ่มมีขู่
รายงานข่าวยังแจ้งว่า นายรเมศ ว่องวิไลรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหล่มสัก ยังมีบันทึกรายงานถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ลงวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา กรณีที่คณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหล่มสัก เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษพยาบาลวิชาชีพชำนาญการบางราย พร้อมสรุปแนวทางแก้ไขปัญหา ได้แก่ 1.ตั้งคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลหล่มสัก ดำเนินการปรับทัศนคติและสร้างความเข้าใจ รวมถึงเจรจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น 2.แต่งตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีความผิดตามระเบียบราชการ ในการใช้เวลาราชการปฎิบัติภารกิจส่วนตัว 3.ประกาศนโยบายการบริหารงานเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในโรงพยาบาล 4.สร้างจิตสำนึกและปลูกฝังให้เจ้าหน้าที่ดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเป็นแนวทางที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานสายกลาง ไม่ประมาท ไม่ฟุ่มเฟือย คำนึงถึงพอประมาณ ความมีเหตุผล ตลอดจนการใช้ความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ภายใต้โครงการโรงพยาบาลพอเพียง
ข่าวยังแจ้งถึงความเคลื่อนไหวภายในโรงพยาบาลหล่มสักด้วยว่า กลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบทั้งในที่ถูกกลุ่มลูกหนี้แจ้งความรวมทั้งในรายอื่นๆรวม 5 คน ได้ถูกผู้บริหารโรงพยาบาลเรียกเข้าพบเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย ได้แสดงความไม่พอใจกระทั่งมีบางรายเริ่มเร่งรัดหนี้สินและกดดันให้กลุ่มลูกหนี้ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฯเร่งนำเงินมาชดใช้หรือปิดบัญชีหนี้สิน จนทำให้ลูกหนี้ในกลุ่มนี้มีการล่ารายชื่อเพื่อขอความช่วยเหลือทางผอ.โรงพยาบาลฯ ให้ช่วยหาแหล่งเงินทุนกู้ยืมในระบบมาชดหนี้หรือเคลียร์หนี้สินนายทุนเหล่านี้ นอกจากนี้ยังเตรียมจะพากันไปแจ้งอายัดบัตรเอทีเอ็ม เพราะเกรงจะถูกเจ้าหนี้ซึ่งยึดบัตรเอทีเอ็มจะไปกดเงินออกไปทั้งหมด
จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กลายเป็นประเด็นฮือฮา กระทั่งมีเสียงวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในสังคมโซเชียลมีเดียซึ่งมีการโต้แย้งและแตกประเด็นไปในหลายแง่มุม รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตุถึงกลุ่มลูกหนี้ซึ่งต่างเป็นผู้มีการศึกษาทั้งสิ้น แต่ทำไมถึงตกเป็นเหยื่อของนายทุนเงินกู้นอกระบบได้ และในการทำธุรกิจเงินกู้นอกระบบภายในองค์กรของรัฐเกิดขึ้นได้อย่างไร จนทำให้มีข้าราชการตั้งตัวเป็นนายทุนเงินกู้หรือเจ้าหนี้นอกระบบสวนทางกับนโยบายรัฐบาลและท้าทายไม่เกรงกลัวกฎหมาย รวมทั้งมีกลุ่มข้าราชการพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในองค์กรแห่งนี้ตกเป็นหนี้สินกันเป็นจำนวนมากได้อย่างไร ไปถึงขั้นพาดพิงไปยังหน่วยราชการอื่นๆอีกหลายแห่ง ที่มีข้าราชการในองค์กรซึ่งมีพฤติกรรมทำนองเดียวกัน เพียงแต่ยังไม่ตกเป็นกระแสข่าวฮือฮาเหมือนกรณีที่โรงพยาบาลหล่มสัก นอกจากนี้ยังมีผู้ตั้งข้อสังเกตุด้วยว่าหลังมีกฎหมายห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ประกาศบังคับใช้แล้ว ลูกหนี้เหล่านี้อาจจะฉกฉวยโอกาสเบี้ยวหนี้หรือไม่ เพราะก่อนการกู้ยืมเงินทางลูกหนี้ ต่างก็รู้เงื่อนไขกติกาการกู้ยืมและดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายกันเป็นอย่างดี

