หน้าแรก ในประเทศ ปธ.กสม.ลงพื้น...

ปธ.กสม.ลงพื้นที่แก้ข้อพิพาท มทส.-ชาวบ้าน ปมที่ดิน 800 ไร่ ที่ยืดเยื้อกว่า 28 ปี

19.01.17 | 16:40 น.

วันที่ 19 มกราคม  เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมชุมพล โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่เพื่อประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ดินข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส. โดยมี นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นั่งเป็นประธาน พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา, กองทัพภาคที่ 2, ตำรวจภูธรโพธิ์กลาง, เทศบาลตำบลสุรนารี และตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน โดยมีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 200 คน มาถือป้ายชุมนุมอยู่ด้านนอกห้องประชุมอย่างคึกคัก

นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมนอกสถานที่ครั้งแรก ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดใหม่ ตั้งแต่เริ่มทำงานมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ ชุดนี้ได้แก้ไขปัญหาเรื่องบุกรุกที่ดินป่าไม้ไปได้แล้วถึง 19 เรื่อง ซึ่งบางเรื่องก็มีปัญหามายาวนานกว่า 10 ปีแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่จะคอยเป็นผู้เชื่อมกลางระหว่างประชาชน กับหน่วยงานของรัฐที่กำลังมีข้อพิพาทกัน ให้สามารถยุติปัญหาได้และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ส่วนเรื่องข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับที่ดินของ มทส.นั้น มีข้อพิพาทกันมายาวนานตั้งแต่ปี 2532 รวมระยะเวลากว่า 28 ปีแล้ว ซึ่งตนมองว่าน่าจะมีทางออก เพราะที่ดินมีจำนวนจำกัดแต่ประชากรเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นในวันนี้จะมาพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันต่อไป

201701191348264-20041020133743

สำหรับพื้นที่ดังกล่าวนั้นชาวบ้านอ้างว่าเมื่อปี พ.ศ.2498 มีชาวบ้านมีเอกสาร ภ.บ.ท.5, ส.ค.1, น.ส.3 ก. และบางรายมีโฉนดรวม  878 ไร่ หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) เอกสารเป็นของกรมป่าไม้ที่ประกาศเมื่อปี พ.ศ.2510 แต่ชาวบ้านได้อยู่ในพื้นที่นั้นก่อนที่จะประกาศเป็นของกรมป่าไม้ ปี พ.ศ.2530-2531 มีการก่อสร้าง มทส.ขึ้น 9.5 ตารางกิโลเมตร ปี พ.ศ.2532 กรมป่าไม้อนุมัติให้ มทส.ใช้พื้นที่ได้ 6,119 ไร่ ซึ่งรวมพื้นที่ของชาวบ้านไปด้วยกว่า 800 ไร่ ปี พ.ศ.2536 มทส.เริ่มก่อสร้างอาคารต่างๆ ทับพื้นที่ของชาวบ้าน แต่ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง มทส.จึงได้ขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ ชาวบ้านรวมตัวกัน 14 รายนำเอกสารการซื้อขายที่ดินไปแสดงต่ออำเภอ กรมป่าไม้ และที่ดินเพื่อให้มีการตรวจสอบ ปี พ.ศ.2546 มีชาวบ้านแสดงตัวเพิ่มเป็น 63 ราย ปี พ.ศ.2548 ชาวบ้านแสดงตัวเพิ่มเป็น 100 กว่าราย และคณะกรรมการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาในสมัยนั้นที่จัดตั้งขึ้นมีมติให้ มทส.คืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้อีกทั้งให้ สปก.มาสำรวจและออกเอกสาร ส.ป.ก.4-01 ให้กับชาวบ้าน หลังจากนั้น ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ

201701191348266-20041020133743

Advertisement

ต่อมาปี พ.ศ.2553 ได้มีหนังสือส่งถึงชาวบ้านให้ออกจากพื้นที่ ชาวบ้านจึงส่งหนังสือเพื่อทวงถามและแก้ไขปัญหานี้จากทาง มทส. จนกระทั่ง พ.ศ.2557 มีคณะกรรมการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาได้ตั้งขึ้นและทหารเข้าไปเป็นประธานที่ปรึกษาของจังหวัด มีมติให้ทาง มทส.ทำรั้วรอบบริเวณพื้นที่ที่ชาวบ้านทำกิน และทหารเข้าไปคุยกับชาวบ้าน ปี พ.ศ.2558 มีชาวบ้านแสดงตัวเพิ่มเป็น 170 กว่าราย ล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ได้มีทหารเข้ามาล้อมรั้วในพื้นที่และนำรถแบ๊กโฮมาขุดร่องติดกับอ่างเก็บน้ำห้วยยาง จนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องลงพื้นที่ มาประชุมร่วมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันในครั้งนี้