คนร้ายลั่นไกดับ ‘ยุทธสามสิบหาบ’ ขาโจ๋วัย 26 เพิ่งพ้นคุก คาดขัดแย้งธุรกิจสีเทา

16.12.23 | 16:00 น.

คนร้ายลั่นไกดับ ‘ยุทธสามสิบหาบ’ ขาโจ๋ท่ามะกา คาดขัดแย้งธุรกิจสีเทา เคลียร์ไม่ลงตัว


เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 16 ธ.ค.66 พ.ต.ท.ชยุต ขุนฤทธิ์วรชัย สว.(สอบสวน) สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ท่ามะกา ว่ามีผู้พบศพเป็นชายถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณข้างกระต๊อบเชิงเขาท้องที่หมู่ 7 ต.เขาสามสืบหาบ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ เอกเผ่าพันธ์ ผกก.สภ.ท่ามะกา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่ามะกา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ แพทย์เวร รพ.มะการักษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ

ไปถึงพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้นแบบสามส่วนมีผ้าขาวม้ามัดอยู่ที่เอว สภาพนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น ที่เต็มไปด้วยหญ้า จากการพลิกศพพิสูจน์เบื้องต้นพบถูกอาวุธปืนขนาด .38 ยิงเข้าที่แผ่นหลังกระสุนตุงที่หน้าอก 1 นัด เจ้าหน้าที่มูลนิธิจะนำร่างไปผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช รพ.ศูนย์ราชบุรี

Advertisement

ทราบชื่อต่อมาคือ นายยุทธการ เสมทับ หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่อ “ยุทธสามสิบหาบ” อายุ 26 ปี ชาว ต.เขาสามสิบหาบ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

จากการสอบสวนภรรยาผู้เสียชีวิต ทราบว่า นายยุทธการเคยถูกจับกุมคดียาเสพติดมาก่อน และเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรีได้ประมาณ 2-3 เดือน ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. นายเอ (นามสมมุติ) เพื่อนได้ขี่รถจักรยานยนต์มาส่งนายยุทธการ

เมื่อนายเอมาส่งถึงที่หมายจึงขี่รถจักรยานยนต์กลับ ระหว่างนั้นพบเห็นรถจักรยานยนต์ขี่ซ้อนท้ายมาด้วยกัน 3 คน มาหานายยุทธการ จนกระทั่งเวลา 05.00 น. ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด แต่ก็ไม่ได้เอะใจ จนกระทั่งมีผู้มาพบศพดังกล่าว

เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตและกลุ่มคนร้ายน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีและได้มีการนัดเจรจาตกลงอะไรกันบางอย่าง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ กลุ่มคนร้ายจึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว สาเหตุแรงจูงใจเจ้าหน้าที่ตั้งเอาไว้ 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือโกรธแค้นกันส่วนตัว และประเด็นที่สองคือหักหลังเกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมาย
แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งทำการสืบสวนสอบสวนญาติของผู้เสียชีวิตรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป