รามาฯเปิดเครื่องมือผลสำเร็จผ่าตัด ‘ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย’รายแรกของไทย

19.01.17 | 16:50 น.
เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิททยาลัยมหิดล แถลงข่าวความสำเร็จ “การผ่าตัดรักษาโรคหัวใจด้วยหัวใจเทียม Heart Mate3 ครั้งแรกในประเทศไทย” โดยศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณะบดีคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย กับการผ่าตัดด้วยเครื่องหัวใจเทียม Heart Mate3  ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผ่านการรับรองให้ใช้สำหรับช่วยพยุงการทำงานของหัวใจ  หน้าที่ของเครื่อง คือ ทำการปั๊มเพิ่มแรงดันส่งเลือดให้ไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ส่งผลให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่ด้วยเป็นเทคโนโลยีใหม่จึงมีราคาค่อนข้างสูง ผู้ป่วยจ่ายเองได้ก็ไม่มีปัญหา โดยเครื่องมือนี้เริ่มต้นอยู่ที่ 6 ล้านบาท แต่ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถจ่ายได้ ทางคณะแพทย์จะมีการพิจารณาข้อบ่งชี้ ความจำเป็น จะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากมูลนิธิรามาธิบดี

รศ.นพ.ปิยะ สมานคติวัฒน์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทศาสตร์ รพ.รามาฯ กล่าวว่า สำหรับการรักษาด้วยวิธีนี้จำเพาะผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้าย ที่มีภาวะน้ำท่วมปอด หรือผู้ป่วยอยู่ระหว่างรอเพื่อรับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจและมีอาการหนัก โดยที่ยังไม่มีหัวใจจากผู้บริจาคที่เหมาะสม หรือเป็นผู้ป่วยที่ไม่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ  ซึ่งจากข้อบ่งชี้ดังกล่าว ประกอบกับรพ.รามาฯ มีเคสที่เข้าข่าย คือพล.อ.ณรงค์ จารุเศรณี ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา และด้วยความจำเป็นจึงต้องผ่าตัดด้วยวิธีดังกล่าว ซึ่งการผ่าตัดทำได้โดยผ่านทางแผลผ่าตัดกลางหน้าอก และเชื่อมผู้ป่วยเข้ากับเครื่องหัวใจและปอดเทียม เมื่อทำการเชื่อมเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่หัวใจบีบตัวอยู่ตลอดเวลา แพทย์จะทำการฝังเครื่องดังกล่าวเข้าไปที่บริเวณหัวใจห้องซ้ายล่าง ต่อมาจึงนำสายควบคุมการทำงานและพลังงานออกมาทางผนังหน้าท้องผ่านทางแผลเล็กอีกแผลหนึ่ง

“จากนั้นขั้นตอนสุดท้าย คือ การต่อเชื่อมท่อนำเลือดออกจากเครื่อง เข้ากับหลอดเลือดแดงใหญ่ เมื่อเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนจะให้เครื่องเริ่มทำงาน และค่อยๆลดการช่วยของเครื่องหัวใจและปอดเทียม จนกระทั่งหยุดใช้ และให้ทำงานผ่านเครื่องดังกล่าวแทน ซึ่งหลังการผ่าตัดผู้ป่วยอาการดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ” รศ.นพ.ปิยะ กล่าว

นพ.ธีรภัทร ยิ่งชนม์เจริญ หน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับอายุการใช้งานของเครื่องดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 10 ปี แต่จากข้อมูลของรุ่นเก่าสามารถทำงานได้ถึง 17 ปี  ทั้งนี้ สำหรับข้อจำกัดของการใช้เครื่อง ยังติดเรื่องความคล่องตัว เนื่องจากการชาร์จแบตเตอรี่ ยังต้องเป็นการชาร์จจากภายนอกอยู่ แต่หวังว่าอนาคตอาจมีการพัฒนาเครื่องให้สะดวกมากกว่านี้  อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการผ่าตัดครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของไทย ส่วนผู้ป่วยที่ไม่สามารถจ่ายได้ หากมีความจำเป็นก็ยังมีการสนับสนุนจากทางมูลนิธิรามาธิบดี

ผศ.นพ.ครรชิต ลิขิตธนสมบัติ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาฯ กล่าวว่า  สำหรับผู้ป่วยรายนี้ เริ่มต้นเมื่อ 5 ปีที่แล้วมีอาการเหนื่อยหอบง่ายด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ทางรามาฯ ได้ทำการผ่าตัดทำบัลลูน อาการก็ดีขึ้น แต่ต่อมาเมื่อปีที่แล้วก็เริ่มเหนื่อยหอบอีก ทางคณะแพทย์ก็มีการตรวจวินิจฉัยพบว่าอยู่ในข่ายข้อบ่งชี้ จึงเสนอทางเลือกในการรักษาด้วยวิธีนี้ อย่างไรก็ตาม หลังผ่าตัดผู้ป่วยอยู่ในไอซียูประมาณ 3 สัปดาห์ และพักฟื้นในรพ.อีก 1 เดือน หลังจากนั้นก็สามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเด่นชัด  ซึ่ง พล.อ.ณรงค์ ได้เข้าผ่าตัดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 8 เดือนแล้ว

พล.อ.ณรงค์ กล่าวว่า หลังผ่าตัดอาการดีขึ้นมาก ตอนแรกเมื่อรู้ว่ามีอาการเช่นนี้ และมีทางเลือกการผ่าตัดหัวใจเทียม ก็รู้สึกไม่อยากผ่าตัด เพราะค่าใช้จ่ายสูง แต่ด้วยครอบครัวอยากให้ทำ จึงได้รับการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ และปัจจุบันคุณภาพชีวิตดีขึ้น ก่อนหน้านี้เดินได้แค่ 100 เมตรก็เหนื่อยหอบ แต่ตอนนี้เดินได้เป็นกิโลเมตรเลย ร้องเพลงได้อีก

Advertisement
นพ.ธีรภัทร ยิ่งชนม์เจริญ,พล.อ.ณรงค์ จารุเศรณี ผู้ป่วยคนแรกที่ผ่าตัดด้วยวิธีนี้
นพ.ธีรภัทร ยิ่งชนม์เจริญ,พล.อ.ณรงค์ จารุเศรณี ผู้ป่วยคนแรกที่ผ่าตัดด้วยวิธีนี้