‘รองกุ๊ก-บิ๊กอ้อ’ นำทีมอัยการ-ตร.ถกคดี ‘เป้รักผู้การ’ รีดทรัพย์140 ล้านครั้งแรก 19 ธ.ค.นี้

17.12.23 | 14:12 น.

‘รองกุ๊ก-บิ๊กอ้อ’ นำทีมอัยการ-ตร.ถกคดี เป้รักผู้การรีดทรัพย์ 140 ล้านครั้งแรก 19 ธ.ค.นี้ ที่กองปราบ หลัง ‘บิ๊กต่อ’ เซ็นตั้งคณะพนักงานสอบสืบสวนสอบสวนชุดใหม่ ‘วัชรินทร์’ หัวหน้าชุดอัยการกำกับดูแลฯ เผยเชื่อประชุมครั้งนี้จะต้องคืบหน้า เตรียมสรุปผลส่ง อัยการปราบทุจริตฯได้


เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน หัวหน้าชุดคณะทำงานตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน คดีตำรวจรีดทรัพย์เว็บพนัน 140 ล้าน เปิดเผยว่า ตนได้รับหนังสือจาก พ.ต.อ.วงกต สุวรรณวัฒน์ ผกก.สภ.อ.คูคต ปทุมธานี ในฐานะเลขานุการคณะพนักงานสืบสวนชุดใหม่ ที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งแต่งตั้งขึ้นโดยมี พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน เชิญเข้าร่วมประชุมในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม

นายวัชรินทร์กล่าวว่า ในหนังสือเชิญร่วมประชุมได้ระบุไว้ว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนและคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนบางส่วน เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางการสืบสวนสอบสวน ซึ่งตนและคณะทำงานของสำนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวน ได้รับมอบหมายให้เข้าตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2535 ซึ่งเดิมที่ผ่านมาจะมีการนัดประชุมกันที่สำนักงานการสอบสวนของอัยการ เเต่เนื่องด้วยคำสั่งของ ผบ.ตร.ที่ตั้งคณะพนักงานสอบสวนชุดใหม่ มีการตั้งคณะทำงานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากถึงประมาณ 50 คนรวมถึงมาจากหลายกองบัญชาการ ที่ต้องทำการศึกษาสำนวน และยังมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นควรว่ามีการประชุมในสถานที่ที่เหมาะสมทางทีมพนักงานสืบสวนสอบสวนของทางตำรวจ จึงมีหนังสือเชิญตนและคณะพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวนที่อัยการสูงสุดตั้งขึ้นให้มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวน ได้เข้าร่วมประชุมต่อไปซึ่งคาดว่าในการประชุมวันที่ 19 ธ.ค.นี้จะมีความคืบหน้าเพื่อทำสำนวนเสนอไปยังอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตฯ พิจารณาสั่งคดีต่อไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้มีการกล่าวหา พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ กับพวกรวม 10 ราย ตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ในข้อกล่าวหา เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สามจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีไปจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน แล้วนำตัวไปรีดเงิน 140 ล้านบาท เพื่อแลกกับการเคลียร์คดี จนมีวลีเด็ดว่า “เป้รักผู้การเท่าไหร่ เป้เขียนมา” แต่ภายหลังกลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่พอใจกับพฤติกรรมของตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.คูคต จังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีกับตำรวจชุดดังกล่าว ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.พิจารณา และต่อมา ป.ป.ช.ก็มีคำสั่งให้ส่งสำนวนกลับมาให้ชุดพนักงานสอบสวนทำคดีต่อ

ซึ่งคดีดังกล่าวนอกจากเป็นการกระทำผิดต่อหน้าที่แล้วยังเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ต้องมีอัยการเข้าไปร่วมสอบสวนกับตำรวจในชั้นสอบสวนด้วย ซึ่งเดิมทีเป็นอำนาจของสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี แต่เนื่องด้วยมีการเกิดเหตุในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และเชียงราย ทางสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี จึงทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด ว่าเห็นควรให้ทำคดีนี้อย่างไร ซึ่งต่อมาอัยการสูงสุดก็ได้มีคำสั่งให้สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้ทำคดีร่วมสอบสวนกับตำรวจ

โดยมีการตั้งนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน หัวหน้าชุดคณะทำงานหัวหน้าชุดคณะทำงาน ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดิมมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ ก็ได้เปลี่ยนแปลง อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบไปแล้วในวาระการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งในการประชุมร่วมครั้งที่เเล้ว พล.ต.ต.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน นำทีมตำรวจเข้าร่วมประชุมไปแล้วจนล่าสุด ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งตั้ง พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนพร้อมด้วยคณะทำงานอีกหลายคนและมีการนัดประชุมร่วมกับคณะพนักงานอัยการในวันที่ 19 ธ.ค.นี้เป็นครั้งแรก