ลูกสาวเหยื่อรถชนคดีครู’แพะ’ เปิดใจเหตุสลด ขออโหสิกรรมผู้ก่อเหตุ เชื่อกฎแห่งกรรมมีจริง

19.01.17 | 17:45 น.
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

วันที่ 19 มกราคม 2560 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่บ้านหมู่ 1 บ.พระซองใหญ่ ต.พระซอง ในเขตเทศบาล ต.พะซอง อ.นาแก จ.นครพนม ซึ่งเป็นของนายเหลือ พ่อบำรุง เหยื่อในคดีถูกรถยนต์ชนจนเสียชีวิตเมื่อปี 2548 ต่อมาศาลฎีกาตัดสินจำคุกนางจอมทรัพย์  แสนเมืองโคตร วัย 56 ปี อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร พิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน ลดโทษ 1 ปี 6 เดือน หลังพ้นโทษออกมา ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้สั่งรื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่นั้น

นางแพงศรี พ่อบำรุง วัย 60 ปี บุตรสาวของนายเหลือ พร้อมญาติจำนวนหนึ่งนั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้าน โดยนางแพงศรี ได้เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในคืนเศร้าสลดว่า  นายเหลือบิดาตนก่อนถูกรถชนตาย ขณะนั้นมีอายุ 75 ปี แม้เวลาจะผ่านมานาน 12 ปี แต่ก็ทำใจได้แล้ว และในวันนี้ตนขออโหสิกรรมกับผู้ที่ขับรถชนบิดาตนวันนั้นด้วยว่า  ใครทำดีก็ได้ดีและใครทำชั่วก็ได้ชั่วตามนั้นกฎแห่งกรรมมีจริง

นางแพงศรี เล่าถึงเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุนายเหลือบิดา ได้ชักชวนเพื่อนผู้เฒ่าซึ่งเป็นชาย 2-3 คน  ปั่นรถจักรยานคนละคันเพื่อจะไปดูหมอลำซิ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวบ้านพักประมาณ  300 เมตร  โดยมีบิดาตนปั่นนำหน้าออกไปก่อนเพื่อนรุ่นเดียวกัน  หลังปั่นเลาะเลนซ้ายข้ามสะพานลำน้ำบังไปได้ 100 เมตร ฝั่งขาออกตัวตำบล มุ่งหน้าไป บ.สร้างเม็ก หมู่ 7 ซึ่งมีงานบุญแจกข้าวฝั่งขวามือของริมถนน  ก่อนจะถึงตัวงานแค่ 100 เมตร  ได้มีรถยนต์คันที่ก่อเหตุ  ขับแซงรถจักรยานยนต์ข้ามฝั่งกินเลนพุ่งชนบิดาตนจนกระเด็นตกกลางถนน  เสียชีวิตคาที่  จึงขึ้นรถตามไปรอรับศพที่โรงพยาบาลร้องให้ไปน้ำตาไหลพราก

นางแพงศรี เล่าต่อไปว่า หลังจากญาติแจ้งข่าวให้ทราบ  ตนจึงไปดูจุดเกิดเหตุพร้อมกับ นายจัตตุพล พลครอง บุตรชายวัย 38 ปี พบที่เกิดเหตุมืดมาก  บิดาตนมีเลือดทะลักออกปาก ขาขวาหัก  ส่วนจักรยานล้อหน้าพับเป็นเลขแปด  ซึ่งต่อมาหลังคดีสิ้นสุดตนได้ขายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว  หลังจากบิดาตนถูกรถชนคนขับรถได้หลบหนีไป  จึงได้ให้นายสว่าง  พ่อบำรุง อายุ 64 ปี น้องชายนายเหลือผู้ตาย ซึ่งเป็น อบต.ท่าลาด  ไปแจ้งความเอาผิดกับคนร้ายผู้ที่ขับรถชนแล้วหลบหนีที่ สภ.นาโดน ในพื้นที่ของ อ.เรณูนคร รอยต่อกับ ต.พระซอง

เวลาผ่านไปทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนางจอมทรัพย์  แสนเมืองโคตร ผู้ขับรถชนบิดาตนได้แล้ว  แต่แล้วจู่ๆหลังเกิดเหตุ  ได้มีกลุ่มบุคคลมาพบที่บ้าน เพื่อจะทำสัญญาจ่ายเงินให้จำนวน 100,000 บาท แต่ตนร้องขอเงิน 150,000 บาท  ในสัญญาระบุจะจ่ายเงินให้ตนวันที่ 2 ธ.ค.2556  แต่ก็ไม่ได้มาจ่าย  ต่อมามีหนังสือจากศาลจังหวัดนครพนม นัดให้ไปรับเงินที่ศาลในวันที่ 2 ธ.ค.2557  ขณะไปที่ศาลก็ได้พบกับนางจอมทรัพย์  อยู่ในชุดนักโทษเรือนจำพร้อมผู้คุมมาด้วย  แต่ก็ไม่ได้พูดคุยกันเพราะนั่งคนละฝั่ง  เนื่องจากยังน้อยใจ ที่ฉันคิดว่าครูคนนี้ขับรถชนบิดาตนเสียชีวิต  ทำไมไม่มีญาติครูมาร่วมงานศพเลยบุตรสาวเหยื่อรถชน กล่าว

Advertisement

นางแพงศรี กล่าวด้วยว่า  หลังศาลนัดให้มารับเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 170,000 บาท  แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเงินของผู้ใด  ในศาลยังได้พบกับนายสับ วาปี ผู้ซึ่งตนทราบภายหลังว่าเป็นผู้ออกมายอมรับสารภาพผิดว่าเป็นคนขับรถชนบิดาตนตาย  จึงได้อโหสิกรรม ไม่ให้มีเวรซึ่งกันและกัน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ต่อจากนั้น นางแพงศรี พร้อมญาติ 4-5 คน ได้ขึ้นรถตู้พาไปชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมกับนำภาพถ่ายนายเหลือบิดาไปด้วย  ระหว่างนั่งรถตู้กลับจากที่เกิดเหตุ  นางแพงศรีฯ  น้ำตาอาบแก้ม  จนต้องใช้ผ้าเช็ดหน้ามาซับ  พร้อมกล่าวว่า  ใครก็ตามที่เป็นผู้ขับรถชนบิดาตน แม้แรกๆจะรู้สึกเสียใจร้องไห้หนักมาก แต่วันนี้อโหสิกรรมให้แล้ว และใครจะเป็นคนชนตัวจริง ก็ขอให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม