วันที่ 19 มกราคม 2560 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่บ้านหมู่ 1 บ.พระซองใหญ่ ต.พระซอง ในเขตเทศบาล ต.พะซอง อ.นาแก จ.นครพนม ซึ่งเป็นของนายเหลือ พ่อบำรุง เหยื่อในคดีถูกรถยนต์ชนจนเสียชีวิตเมื่อปี 2548 ต่อมาศาลฎีกาตัดสินจำคุกนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร วัย 56 ปี อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร พิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน ลดโทษ 1 ปี 6 เดือน หลังพ้นโทษออกมา ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้สั่งรื้อฟื้นคดีขึ้นใหม่นั้น
นางแพงศรี พ่อบำรุง วัย 60 ปี บุตรสาวของนายเหลือ พร้อมญาติจำนวนหนึ่งนั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้าน โดยนางแพงศรี ได้เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในคืนเศร้าสลดว่า นายเหลือบิดาตนก่อนถูกรถชนตาย ขณะนั้นมีอายุ 75 ปี แม้เวลาจะผ่านมานาน 12 ปี แต่ก็ทำใจได้แล้ว และในวันนี้ตนขออโหสิกรรมกับผู้ที่ขับรถชนบิดาตนวันนั้นด้วยว่า ใครทำดีก็ได้ดีและใครทำชั่วก็ได้ชั่วตามนั้นกฎแห่งกรรมมีจริง
นางแพงศรี เล่าถึงเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุนายเหลือบิดา ได้ชักชวนเพื่อนผู้เฒ่าซึ่งเป็นชาย 2-3 คน ปั่นรถจักรยานคนละคันเพื่อจะไปดูหมอลำซิ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวบ้านพักประมาณ 300 เมตร โดยมีบิดาตนปั่นนำหน้าออกไปก่อนเพื่อนรุ่นเดียวกัน หลังปั่นเลาะเลนซ้ายข้ามสะพานลำน้ำบังไปได้ 100 เมตร ฝั่งขาออกตัวตำบล มุ่งหน้าไป บ.สร้างเม็ก หมู่ 7 ซึ่งมีงานบุญแจกข้าวฝั่งขวามือของริมถนน ก่อนจะถึงตัวงานแค่ 100 เมตร ได้มีรถยนต์คันที่ก่อเหตุ ขับแซงรถจักรยานยนต์ข้ามฝั่งกินเลนพุ่งชนบิดาตนจนกระเด็นตกกลางถนน เสียชีวิตคาที่ จึงขึ้นรถตามไปรอรับศพที่โรงพยาบาลร้องให้ไปน้ำตาไหลพราก
นางแพงศรี เล่าต่อไปว่า หลังจากญาติแจ้งข่าวให้ทราบ ตนจึงไปดูจุดเกิดเหตุพร้อมกับ นายจัตตุพล พลครอง บุตรชายวัย 38 ปี พบที่เกิดเหตุมืดมาก บิดาตนมีเลือดทะลักออกปาก ขาขวาหัก ส่วนจักรยานล้อหน้าพับเป็นเลขแปด ซึ่งต่อมาหลังคดีสิ้นสุดตนได้ขายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว หลังจากบิดาตนถูกรถชนคนขับรถได้หลบหนีไป จึงได้ให้นายสว่าง พ่อบำรุง อายุ 64 ปี น้องชายนายเหลือผู้ตาย ซึ่งเป็น อบต.ท่าลาด ไปแจ้งความเอาผิดกับคนร้ายผู้ที่ขับรถชนแล้วหลบหนีที่ สภ.นาโดน ในพื้นที่ของ อ.เรณูนคร รอยต่อกับ ต.พระซอง
“เวลาผ่านไปทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ผู้ขับรถชนบิดาตนได้แล้ว แต่แล้วจู่ๆหลังเกิดเหตุ ได้มีกลุ่มบุคคลมาพบที่บ้าน เพื่อจะทำสัญญาจ่ายเงินให้จำนวน 100,000 บาท แต่ตนร้องขอเงิน 150,000 บาท ในสัญญาระบุจะจ่ายเงินให้ตนวันที่ 2 ธ.ค.2556 แต่ก็ไม่ได้มาจ่าย ต่อมามีหนังสือจากศาลจังหวัดนครพนม นัดให้ไปรับเงินที่ศาลในวันที่ 2 ธ.ค.2557 ขณะไปที่ศาลก็ได้พบกับนางจอมทรัพย์ อยู่ในชุดนักโทษเรือนจำพร้อมผู้คุมมาด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดคุยกันเพราะนั่งคนละฝั่ง เนื่องจากยังน้อยใจ ที่ฉันคิดว่าครูคนนี้ขับรถชนบิดาตนเสียชีวิต ทำไมไม่มีญาติครูมาร่วมงานศพเลย” บุตรสาวเหยื่อรถชน กล่าว
นางแพงศรี กล่าวด้วยว่า หลังศาลนัดให้มารับเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 170,000 บาท แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเงินของผู้ใด ในศาลยังได้พบกับนายสับ วาปี ผู้ซึ่งตนทราบภายหลังว่าเป็นผู้ออกมายอมรับสารภาพผิดว่าเป็นคนขับรถชนบิดาตนตาย จึงได้อโหสิกรรม ไม่ให้มีเวรซึ่งกันและกัน

ต่อจากนั้น นางแพงศรี พร้อมญาติ 4-5 คน ได้ขึ้นรถตู้พาไปชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมกับนำภาพถ่ายนายเหลือบิดาไปด้วย ระหว่างนั่งรถตู้กลับจากที่เกิดเหตุ นางแพงศรีฯ น้ำตาอาบแก้ม จนต้องใช้ผ้าเช็ดหน้ามาซับ พร้อมกล่าวว่า ใครก็ตามที่เป็นผู้ขับรถชนบิดาตน แม้แรกๆจะรู้สึกเสียใจร้องไห้หนักมาก แต่วันนี้อโหสิกรรมให้แล้ว และใครจะเป็นคนชนตัวจริง ก็ขอให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม

