ผบช.น.สั่งตั้งทีมสอบพยานคดีนิสิตป.เอกตกตึกดับ จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม

18.12.23 | 12:31 น.

ผบช.น.สั่งตั้ง กก.สอบพยานคดีนิสิต ป.เอกตกตึกดับจ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม พร้อมเรียกแม่บ้านผู้ดูแลหอพักสอบ


กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.อาภาภรณ์ สีชำนาญ นิสิตปริญญาเอก ม.เกษตรศาสตร์ ที่ถูกนายสมมาตร ชูเชิด ผู้อาศัยในตึกเดียวกัน มึนเมาอาละวาดทุบประตูห้องส่งเสียงดังเหตุเกิดจากความเข้าใจผิดในเรื่องการจอดรถทับที่กัน จนทำให้ผู้ตายตื่นกลัวและตัดสินใจปีนระเบียงห้องหนีและพลัดตกลงมาจากตึก 6 ชั้นจนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ สน.โชคชัย นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมทนายความเพจสายไหมต้องรอด นำนายสมชาย สีชำนาญ พ่อของนิสิต ป.เอก ม.เกษตร ที่พลัดตกตึกแมนชั่นย่านลาดปลาเค้าเสียชีวิตเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี

นายเอกภพกล่าวว่า วันนี้พาพ่อของผู้ตายมาสอบถามกับ ผกก.สน.โชคชัย ว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุในความผิดเรื่องเจตนาฆ่าได้หรือไม่ เพราะผู้ตายไม่ได้ตกตึกลงมาเอง แต่เป็นเพราะผู้ก่อเหตุมาเคาะประตูรัวส่งเสียงดังในเวลา 04.00 น. จนทำให้ผู้ตายซึ่งเป็นผู้หญิงที่อยู่อาศัยคนเดียวและเป็นคนตกใจง่ายอยู่แล้ว เกิดความตื่นกลัวและหาวิธีเอาตัวรอดก่อนพลัดตกตึกเสียชีวิตดังกล่าว

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผู้กำกับการ สน.โชคชัย กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุได้มีการประสานไปยังแม่ผู้ตายมาสอบถามและเน้นย้ำว่าจะทำคดีอย่างเต็มที่จนแจ้งข้อกล่าวหาได้ทั้ง 3 ข้อหา ได้แก่ พยายามบุกรุกยามวิกาล, ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และทำให้เกิดเหตุอึกทึกครึกโครม แต่การสอบปากคำยังไม่แล้วเสร็จ ยังคงต้องสอบปากคำพยานอื่นที่พักในชั้นเดียวกันกับผู้ตายเพิ่มเติม ซึ่งในเบื้องต้นนั้นได้สอบพยานแล้ว 5 ราย และจะเชิญนางสา (นามสมมุติ) แม่บ้านผู้ดูแลตึกที่บอกห้องผู้ตายให้กับผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำเช่นกัน รวมถึงจะส่งภาพจากกล้องวงจรปิดให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบการพิจารณาการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ซึ่ง ผบช.น.สั่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวน บก.น.4 เพื่อหารือเกี่ยวกับการแจ้งข้อหาเดิมว่าเพียงพอแล้วหรือไม่

ส่วนการชดเชยเยียวยาโดยกรมคุ้มครองสิทธิฯ หากพิจารณาแล้วเข้าข่ายตามกฎหมายจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินค่าดำเนินการต่างๆ ทั้งเงินทำศพและเงินเยียวยารวมกว่า 1 แสนบาท