หน้าแรก ในประเทศ ผู้ว่าฯเพชรบู...

ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์รับห่วง! เหยื่อกู้นอกระบบรพ.หล่มสัก ล้วนแต่มีการศึกษา ยกเป็นอุทาหรณ์

19.01.17 | 18:05 น.

เมื่อวันที่ 19 มกราคม นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหล่มสักตกเป็นเหยื่อนายทุนเงินกู้นอกระบบว่า หลังได้รับเรื่องจากกองพันทหารม้าที่ 28 ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่ดูแลในพื้นที่ อ.หล่มสัก ส่งเรื่องมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมปี 2559 ที่ผ่านมาโดยส่วนใหญ่เป็นคดีที่เข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดีแล้ว ก็เลยทำเรื่องให้ทางอัยการคุ้มครองสิทธิช่วยดูรายละเอียดว่า กรณีแบบนี้จะให้ความช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง ซึ่งทางอัยการคุ้มครองสิทธิก็จะลงไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่ และอีกส่วนก็ให้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคง (กอ.รมน.) จังหวัด ช่วยดูว่าพฤติกรรมของเจ้าหนี้ที่มีการปล่อยเงินกู้รายนี้เข้าข่ายผู้มีอิทธิพลหรือไม่ นอกจากนี้ ยังแจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในฐานะหน่วยบังคับบัญชาของโรงพยายาลหล่มสัก ให้ดูในข้อกฎหมายด้านอื่นๆ โดยเฉพาะในเรื่องวินัยต่างๆ ที่จะตามมาอีกด้วย

“ในกรณีนี้ที่น่าตกใจก็คือเป็นการกู้โดยหวังจะได้เงินเพียงอย่างเดียว และการไปลงลายมือชื่อแบบลอยๆ ไว้ โดยผู้ให้กู้จะเอาไปดำเนินการหรือทำอะไรก็ได้จึงค่อนข้างอันตราย น่าเป็นห่วงมากเพราะกลุ่มลูกหนี้เหล่านี้ล้วนมีการศึกษาและเป็นข้าราชการแทบทั้งสิ้น กรณีนี้จึงน่าเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ต้องการไปกู้ยืมเงินนอกระบบ ควรดูสัญญากู้กันให้ชัดเจนและในสัญญาก็ต้องมีรายละเอียดและยอดเงินตรงตามความเป็นจริง ไม่งั้นจะเป็นปัญหาในลักษณะนี้ได้” นายพิบูลย์กล่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ยังกล่าวเตือนถึงข้าราชการที่มีพฤติกรรมเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบด้วยว่า นายทุนเหล่านี้ก็ต้องดูว่าสิ่งที่กระทำไปถูกต้องกฎหมายและคุณธรรมหรือไม่ เพราะการเอาเปรียบชาวบ้านโดยเฉพาะข้าราชการเพื่อนร่วมงานด้วยกัน นอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังมีโอกาสได้รับโทษรุนแรงถึงขั้นถูกยึดทรัพย์สินได้เช่นกัน

ด้าน นพ.ชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ได้ส่งทีมนิติกรลงไปช่วยดูในข้อสัญญาว่าเป็นไปตามกฎหมายกู้ยืมเงินและการคิดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนดหรือไม่พบว่าไม่ถูกต้องก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง สำหรับในส่วนกลุ่มเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลซึ่งเป็นลูกหนี้ก็ต้องดูว่ามีการยึดทรัพย์หรือตามคุกคามลูกหนี้มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หรือมีการกระทำเกินขอบเขตหากอำนาจที่ศาลสั่งหรือไม่ ก็ต้องมีการสอบข้อเท็จจริงก่อนแล่วจึงรายงานให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อสอบวินัยหากมีมูลความจริง ฉะนั้นจึงต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

“หากทางเจ้าหนี้ทำตามข้อกฎหมายถูกต้องทุกอย่างก็คงเอาผิดเขาไม่ได้ แต่ถ้าทำผิดกฎหมายอาญาซึ่งเป็นข้าราชการด้วย นอกจากจะถูกดำเนินคดีแล้วยังต้องมีการสอบสวนทางวินัยเกิดขึ้นอีกด้วย” นพ.ชัยวัฒน์กล่าว และยอมรับด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์โรงพยาบาลพอสมควร  แต่ในขั้นนี้ก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมายหรือตามระเบียบของทางราชการ

Advertisement

นพ.ชัยวัฒน์ยังกล่าวย้ำว่า ขณะนี้ได้กำชับไปยังผู้บังคับบัญชาของทุกหน่วยงานให้ช่วยดูในเรื่องนี้ให่ช่วยสอดส่องดูแล พร้อมให้แจ้งเตือนกับเจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชา ถึงการกระทำในลักษณะออกเงินกู้นอกระบบ และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด นอกจากจะเป็นการทำผิดกฎหมายแล้วยังเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลอีกด้วย