คนกรุงอุ่นใจได้ กทม.วางมาตรการดูแลความปลอดภัยช่วงปีใหม่แล้ว สั่งห้างส่งแผนจัดเคาต์ดาวน์

18.12.23 | 16:51 น.

กทม.เตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยเทศกาลปีใหม่ สั่งห้างเสนอแผนจัดงานเคาต์ดาวน์ 1 สัปดาห์ก่อนจัด

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยมาตรการด้านความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ ภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 26/2566 ว่า กทม.ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2567 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยแบ่งการทำงานแต่ละสำนักงานเขตที่เกี่ยวข้อง และกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติ 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1.เตรียมการก่อนเทศกาลปีใหม่ 2.ปฏิบัติการช่วงเทศกาลปีใหม่ 3.ปฏิบัติการหลังเทศกาลปีใหม่ ซึ่งบูรณาการร่วมกับภาครัฐและเอกชน

น.ส.ทวิดากล่าวว่า กำหนดให้สำนักเทศกิจประสานผู้ประกอบการที่มีการจัดงานเทศกาล หรือจัดกิจกรรมขนาดใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานให้มีความปลอดภัย อาทิ กำหนดรูปแบบและลักษณะการใช้ประโยชน์พื้นที่ เส้นทาง หรือจุดเข้าออกพื้นที่ รวมถึงจัดทำแผนการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการอำนวยการจราจรของสำนักเทศกิจและสำนักงานเขต โดยการตั้งศูนย์บริการประชาชน

ส่วนสำนักการแพทย์ กำหนดให้ตรวจสอบข้อมูลพื้นที่และลักษณะของกิจกรรมการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และแจ้งหน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ที่เป็นแม่โซนในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน และโรงพยาบาลใกล้เคียงทราบ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และให้สำนักอนามัยตรวจสอบสถานที่ผลิต สะสมและจำหน่ายดอกไม้เพลิง สถานประกอบการและสถานบริการต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบผู้กระทำผิดจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงจัดเตรียมความพร้อมหน่วยบริการสาธารณสุขสำหรับให้ความช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น

ส่วนขั้นตอนในการปฏิบัติการช่วงเทศกาลปีใหม่ กำหนดให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) จัดกำลังเจ้าหน้าที่รถดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์ประจำจุดเฝ้าระวังอันตราย จำนวน 37 จุด เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และให้สำนักงานปกครองและทะเบียน สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์กรุงเทพมหานคร (ศตส.กทม.) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ณ ห้องเจ้าพระยา ชั้น 1 ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า ตามวันเวลา ดังนี้ วันที่ 29-30 ธันวาคม 2566 เวลา 08.30-16.30 น. วันที่ 31 ธันวาคม 2566 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 1 มกราคม 2567 เวลา 08.30 น. วันที่ 1-4 มกราคม 2567 เวลา 08.30-16.30 น.

Advertisement

ส่วนสำนักการจราจรและขนส่ง กำหนดจัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2567 โดยจัดหน่วยซ่อมเคลื่อนที่เร็วและรับแจ้งเหตุขัดข้องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลผ่านระบบ e-Report ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

ขณะเดียวกัน ให้สำนักเทศกิจจัดกำลังเจ้าหน้าที่สนับสนุนเจ้าพนักงานจราจรและดูแลความปลอดภัยของประชาชน และให้ศูนย์อัมรินทร์เป็นศูนย์เครือข่ายในการติดต่อสื่อสาร รับแจ้งเหตุไปยังหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องภายใน กทม. และให้สำนักการแพทย์จัดเตรียมศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) เป็นศูนย์รับแจ้งเหตุและประสานงาน รวบรวมข้อมูลผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรที่เข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฯ

รศ.ทวิดากล่าวว่า ช่วง 7 วันอันตราย พื้นที่ที่คาดว่าจะมีคนจำนวนมาก เช่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไอคอนสยาม เอเชียทีค สยามสแควร์ สามย่านมิตรทาวน์ เป็นต้น โดยเน้นให้ผู้จัดงานจัดทำแผนส่งให้ กทม.พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า เช่น การควบคุมคนเข้างาน การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส เนื่องจากจะมีผู้คนออกมาใช้บริการพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งต้องดำเนินการตามแผนร่วมกับ กทม.เพื่อไม่ให้กระทบกับพื้นที่ใกล้เคียง

ส่วนความคืบหน้าจากการอนุญาตให้เปิดสถานบริการถึงเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมาพบข้อร้องเรียนเรื่องการใช้เสียงในบางพื้นที่ แต่มีการตักเตือนและได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ได้รับรายงาน กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อดูแลความเรียบร้อยในช่วงเทศกาลปีใหม่ของแต่ละพื้นที่

สำหรับกรณีที่มีการอนุญาตให้สถานบริการเปิดได้นานขึ้นถึงเวลา 04.00 น. และในวันส่งท้ายปีเปิดได้ถึงเวลา 06.00 น.นั้น อาจต้องดูแลในเรื่องของเสียงดัง รวมถึงสถานประกอบการที่เปิดได้ต้องมีใบอนุญาตและทำตามที่กำหนด ทั้งนี้ ภายหลังจากมีการขยายเวลาเปิดสถานบริการได้ถึงเวลา 04.00 น. ในช่วงที่ผ่านมายังไม่มีรายงานถึงความขัดแย้งเรื่องใหญ่ ซึ่งถ้าสถานประกอบการทำตามระเบียบ หรือกฎหมายกำหนดก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ในการฉลองอาจเกิดความมึนเมา ผู้ประกอบการอาจต้องหาแนวทางสร้างความปลอดภัยระมัดระวังไม่ให้ผู้ที่มึนเมาออกมาขับรถ ซึ่งเสี่ยงกับตัวเองและคนอื่นบนท้องถนน